ข่าว

จดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือนก.ค.ฝืด

จดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือนก.ค.ฝืด

19 ส.ค. 2559

ยอดจดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ เดือน ก.ค.59 ชะลอตัว จำนวน 4,919 ราย ลดลง 9% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน รวม 7 เดือน 36,711 ราย คาดทั้งปีตามเป้าหมาย 6-6.5 หมื่นราย

                นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2559 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 4,919 ราย เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 9% แต่หากเทียบกับเดือนมิถุนายน 2559 ลดลง 17% เนื่องจากเดือนมิถุนายน เป็นเดือนที่มีการจดทะเบียนสูงสุดของปีจำนวน 5,916 ราย ส่วนทุนจดทะเบียนเดือนกรกฎาคม 2559 มีมูลค่า 15,425 ล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 13% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2559

                สำหรับการจดทะเบียนเลิก เดือนกรกฎาคม 2559 จำนวน 1,405 ราย ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับเดือนมิถุนายน 2559 เพิ่มขึ้น 1% ส่วนทุนจดทะเบียนของธุรกิจที่เลิก มูลค่า 15,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% เมือ่เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.59 โดยธุรกิจที่เลิกสูงสุดได้แก่ ธุรกิจค้าสลากจำนวน 158 ราย เนื่องจากไม่ได้ประกอบธุรกิจ

                นิติบุคคลคงอยู่ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,332.732 ราย รวมทุนจดทะเบียน 20.16 ล้านล้านบาท โดยภาพรวม 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม 2559) มีจำนวน 36,711 ราย ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะมีการจดทะเบียนธุรกิจไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5 พันราย ซึ่งจะทำให้ยอดจดทะเบียนทั้งปีทะลุหลัก 6 หมื่นราย ตามเป้าหมาย 60,000-65,000 ราย

                ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติการจัดตั้งนิติบุคคลโดยบุคคลคนเดียว พ.ศ. ... นั้น รัฐบาลยังให้การสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างแน่นอนแม้ว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) จะตีกลับร่างดังกล่าวออกมา แต่ก็ไม่ได้ถอดร่างดังกล่าวออก เพียงแต่ให้กรมกลับมาพิจารณาและแก้ไขข้อมูลบางส่วนเล็กน้อย ก่อนจะนำเสนอเข้าไปให้พิจารณาอีกครั้ง ก่อนจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณารายละเอียด และนำข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยคาดว่าร่างกฎหมายจะได้รับการอนุมัติได้ทันปีนี้ เพราะเนื้อหาไม่ซับซ้อนมีเพียง60มาตราเท่านั้นและจากการศึกษาข้อมูลก็พบว่ากฎหมายดังกล่าวมีความสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) และหลายประเทศที่พัฒนาแล้วต่างก็มีกฎหมายดังกล่าว เช่น เยอรมันมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทคนเดียวมากถึง 60%ของการจัดตั้งนิติบุคล ดังนั้น จึงมั่นใจว่ารัฐบาลจะยังเดินหน้าผลักดันกฎหมายดังกล่าวให้ออกมาบังคับใช้

                ทั้งนี้ กรมฯ ประเมินว่ายอดการจดทะเบียนนิติบุคคลจะเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเท่าตัว โดยจะเพิ่มจาก6แสนรายเป็น1.2ล้านรายในอีก2ปีข้างหน้าหลังจากกฎหมายผ่านสภาฯ โดยกฎหมายฉบับนี้มีหลักการที่สำคัญเพื่อชักจูงให้ เอสเอ็มอี กว่า2.8ล้านราย เข้าสู่ระบบการจดทะเบียนนิติบุคคลและอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ ลดต้นทุน จึงอนุญาตให้บุคคลคนเดียวสามารถขอจัดตั้งเป็นนิติบุคคลได้โดยจะอนุญาตให้จัดตั้งได้แค่นิติบุคคลเดียว แต่หากต้องการจะไปถือหุ้นเพิ่ม กับนิติบุคคลอื่นก็สามารถทำได้ แต่มาจดเพิ่มไม่ได้ 

                ส่วนการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจที่เริ่มมีให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 45,913 คำขอ มูลค่า 234,895.01 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาเดิมจำนวน 36,165 คำขอ มูลค่า 128,220.36 ล้านบาท สัญญาใหม่จำนวน 9,748 คำขอ มูลค่า 106,674.65 ล้านบาท โดยแบ่งประเภททรัพย์สินที่นำมาเป็นหลักประกันได้ 2 ประเภท คือ 

                1.สิทธิเรียกร้องมูลค่าทั้งสิ้น207,288.45 ล้านบาทคิดเป็น 88%แบ่งเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารมูลค่า200,864.45 ล้านบาทคิดเป็น85.5%สิทธิการเช่ามูลค่า1,155.20 ล้านบาทคิดเป็น0.5%อื่นๆ เช่น ลูกหนี้การค้ามูลค่า5,268.80 ล้านบาทคิดเป็น2.2%

                2.สังหาริมทรัพย์มูลค่าทั้งสิ้น27,606.56 ล้านบาทคิดเป็น12%แบ่งเป็น สินค้าคงคลัง/วัตถุดิบมูลค่า21,205.41 ล้านบาทคิดเป็น9.0% เครื่องจักรมูลค่า4,592.35 ล้านบาทคิดเป็น2.0%รถยนต์มูลค่า1,808.80 ล้านบาทคิดเป็น0.8%โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกใบอนุญาตผู้บังคับหลักประกัน จำนวน 88 ราย