
วงแตก!! กรธ.ไล่ สนช.ไปประชุมถกสาระคำถามพ่วงใหม่
“สมชาย”ยอมรับเสนอเพิ่มสิทธิสว.ให้เสนอชื่อนายกฯได้ในที่ประชุมร่วมรัฐสภา บอกยังไม่สรุป กรธ.อาจนัดคุยต่อรอบหน้า ลั่นต้องวางกลไกเพื่อไม่ให้เกิดทางตันทางการเมืองด้วย
19 ส.ค. 59 - ในการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) วาระพิจารณารับฟังความเห็นของตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อคำอธิบายสาระของคำถามประกอบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านความเห็นชอบจากเสียงข้างมากของประชาชน ซึ่งตัแทน สนช. ที่เข้าชี้แจง มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่หนึ่ง เป็นผู้นำคณะเข้าชี้แจง ซึ่งการประชุมวาระดังกล่าวได้ใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง
โดยภายหลังการประชุม นายสมชาย แสวงการ สนช. ที่เข้าร่วมชี้แจงให้สัมภาษณ์ ว่า ในการอธิบายสาระสำคัญคือ ให้ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ส่วนรูปแบบของการกำหนดรายละเอียดหรือขั้นตอนการเลือกนายกฯ นั้น ได้เสนอใน 2 รูปแบบ คือ รูปแบบแรก คือ กระบวนการเลือกนายกฯ ให้เป็นไปตามขั้นตอนที่อยู่ในมาตรา 159 ที่ให้ส.ส.เสนอรายชื่อบุคคลในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองเข้ารับการโหวตเป็นนายกฯ และให้ส.ว.มีสิทธิร่วมลงมตินายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา และรูปแบบที่สอง คือ ให้สิทธิ์ ส.ว.สามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกฯ ด้วย ส่วนกรธ.จะรับฟังและปรับบทบัญญัติตามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกรธ. ที่จะตัดสินใจ อย่างไรก็ตามในการแลกเปลี่ยนความเห็นดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป ซึ่งเชื่อว่า กรธ. จะนัดตัวแทนสนช. เข้าหารือในที่ประชุมอีกครั้ง
“ข้อเสนอที่ให้ส.ว.เสนอชื่อนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภานั้น เป็นประเด็นที่ต้องคำนึงถึงสถานการณ์และปัจจัยทางการเมืองด้วย เพราะหากไม่เขียนให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกฯได้ แล้วเกิดประเด็นทางตันทางการเมืองจะทำอย่างไร ซึ่งรายละเอียดของสถานการณ์ต้องเป็นสิ่งที่คำนึงถึงให้มาก” นายสมชาย กล่าว
ขณะที่นายธานี อ่อนละเอียด สนช. กล่าวเพิ่มเติมว่าในการแลกเปลี่ยนความเห็นมีสิ่งที่กรธ. เห็นร่วมและเห็นตรงกันกับสนช. คือ เป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงคือ การปฏิรูปที่เกิดขึ้นได้จริงตามแผนยุทธศาสตร์ ส่วนหลักวิธีที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นอยู่ต้องไปพิจารณากันว่าจะเขียนไว้อย่างไร ซึ่งหลังจากที่กลุ่มตัวแทนสนช. จะนำประเด็นที่กรธ. แลกเปลี่ยนความเห็นไปพิจารณาร่วมกันอีกที และจะกลับมาร่วมประชุมกรธ.ใหม่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าต้องประชุมร่วมกันไม่ต่ำกว่า 3ครั้งเป็นอย่างน้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอของตัวแทนสนช. ที่เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมกรธ. พิจารณานั้น ตามเอกสารสรุปประเด็นสำคัญในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติให้สอดคล้องกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติฯ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เป็นประธานนั้น มีข้อเสนอต่อการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้ 1.ประเด็นที่มาของรายชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ มติที่ประชุมเห็นว่า รายชื่อฯ ต้องเป็นไปตามมาตรา 88 ของร่างรัฐธรรมนูญ คือ มาจากบัญชีของพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ 2.ประเด็นผู้มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา มติที่ประชุมระบุว่า คือพรรคการเมืองที่มีส.ส. ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5 ของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการรับรองจากส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของสภาฯ
3.ประเด็นเกี่ยวกับมาตรา 272 ของร่างรัฐธรรมนูญ มติที่ประชุมระบุว่า 1.ในระหว่าง 5 ปีนับตั้งแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรก ให้รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้งนายกฯ ตามมาตรา 88 และมาตรา 159 ภายใน 30 วันนับแต่วันเสนอรายชื่อต่อรัฐสภา ซึ่งกรณีดังกล่าวหมายความว่าวุฒิสภา เข้าไปมีส่วนร่วมกับการได้มาซึ่งนายกฯ ในขั้นตอนนี้เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในนามรัฐสภาเท่านั้น ส.ว. ไม่มีสิทธิในการเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ต่อรัฐสภา และ 2.ในกรณที่ไม่สามารถแต่งตั้งนายกฯ ภายในระยะเวลา 30 วัน ให้รัฐสภาเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกฯ คือให้ส.ว.มีสิทธิเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ได้ และจะเป็นรายชื่อผู้อยู่ในบัญชีพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ ตลอดจนถึงขั้นตอนการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ ในรรัฐสภา ขณะที่การลงคะแนนเลือกนายกฯ ต้องทำโดยเปิดเผย และผู้ที่ได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกของรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นการรับฟังความเห็นของสนช. แล้ว ทางฝ่ายเลขานุการ กรธ. ได้แจ้งว่า กรธ.จะนัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 24 ส.ค.



