ข่าว

แม่ฮ่องสอนเตือนเหตุอุทกภัยครั้งใหม่

แม่ฮ่องสอนเตือนเหตุอุทกภัยครั้งใหม่

19 ส.ค. 2559

ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำโดยเฉพาะพื้นที่อ.ปาย -อ.ปางมะผ้าที่ยังไม่ทุเลาจากเหตุอุทกภัยเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมครั้งใหม่


          วันที่ 19 ส.ค.59 นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกประกาศเตือนไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยจากเหตุอุทกภัยทั้ง 7 อำเภอของจังหวัด ได้แก่ อ.สบเมย , อ.แม่สะเรียง , อ.ขุนยวม , อ.เมือง , อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝน หากพบมีฝนตกใน 1 ชั่วโมงมีปริมาณน้ำฝนวัดได้เกิน 50 มิลลิเมตร ให้แจ้งเตือนประชาชนเตรียมอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยทันที โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ให้มีการระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเพิ่งประสบเหตุอุทกภัยมาเมื่อไม่นานมานี้

 

แม่ฮ่องสอนเตือนเหตุอุทกภัยครั้งใหม่

          สำหรับพื้นที่ อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ในปัจจุบัน ทางการและภาคเอกชน กำลังระดมความช่วยเหลือให้แก่ราษฎรในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง และพื้นที่บางแห่งในอำเภอปายกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟู ซึ่งไม่แล้วเสร็จและคืนสู่สภาพเดิม

          นางจุไรรัตน์ จันทร์พรมมิน ผญบ.บ้านแม่เย็น หมู่ 1 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ราษฎรในพื้นที่ บ้านแม่เย็น ยังคงต้องการความช่วยเหลือ จากผู้ที่มีจิตศรัทธา เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่เสียหายแทบทั้งหมด นอกจากนั้นยังรวมไปถึง เกสเฮ้าท์ที่ราษฎรผู้มีรายได้น้อย สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จำนวนเกือบ 200 แห่ง ที่ยังคงอยู่ระหว่างการซ่อมแซมและปรับสภาพให้คงเดิม

 

แม่ฮ่องสอนเตือนเหตุอุทกภัยครั้งใหม่

 

 

มอบถุงยังชีพพระราชทาน
          ที่โรงเรียนปายวิทยาคาร ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะรองประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบเครื่องอุปโภค บริโภคพระราชทาน แก่ราษฎรผู้เดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่อ.ปาย 2,000 ชุด และอ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 1,000 ชุด อันเป็นน้ำพระทัยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติน้ำท่วม

          สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ปาย และ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 13 ส.ค. เกิดฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนทำให้แม่น้ำปายเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย รีสอร์ท ที่ปลูกสร้างอยู่ริมแม่น้ำปาย รวมถึง ปศุสัตว์และพืชผลทางการเกษตรที่เพาะปลูกอยู่ริมน้ำปาย ได้รับความเสียหาย จำนวน 6 ตำบล คือ ต.แม่นาเติง ต.เวียงใต้ ต.เวียงเหนือ ต.แม่ฮี้ ต.ทุ่งยาว ต.เมืองแปง เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก 

          ประกอบด้วย รถยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 16 คัน , รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 30 คัน ,พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย พืชผลทางการเกษตร 3,535 ไร่ บ้านและเกสเฮาส์ เสียหาย 27 แห่งฝายกั้นน้ำ 2 แห่ง คอสะพานบล็อกคอนเวิร์ดเสียหาย 4 แห่ง สะพานเชื่อมต่อระหว่าง 2 ตำบลเสียหาย 1 แห่ง ประปาภูเขา 3 นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่สูญหายไปอีกจำนวนมาก

 

แม่ฮ่องสอนเตือนเหตุอุทกภัยครั้งใหม่

          ส่วนพื้นที่ อ.ปางมะผ้า ถูกน้ำท่วมเสียหาย3ตำบล ได้แก่ ต.ถ้ำลอด,ต.สบป่อง และ ต.ปางมะผ้า ที่บ้านเมืองแพม หมู่ 5 ต.ถ้ำลอด นาข้าวราษฎรได้รับความเสียหาย 70 ราย สะพานขาด 1 แห่ง ส่วนบ้านวนาหลวง หมู่ 3 ต.ถ้ำลอด อ.ปามะผ้า สะพานขาด 1 แห่ง บ้านผู้ยากไร้ เสียหาย 1 หลัง และที่บ้านไร่ หมู่3 ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า นำท่วมเข้าบ้านเรือนราษฎร, โรงเรียนศูนย์ปางมะผ้า พร้อมสั่งการให้นายอำเภอปาย และนายอำเภอปางมะผ้า เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากสะพานที่เชื่อมต่อระหว่าง บ้านถ้ำลอด กับ บ้านวนาหลวง ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า ถูกตัดขาด รถยนต์ไม่สามารถข้ามไปมาได้ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำลอดได้ใช้ท่อนไม้พาด เพื่อให้ประชาชนใช้ผ่านไปมาเป็นการชั่วคราวไปก่อน



สุโขทัยมั่นใจรับมือมวลน้ำก้อนแรกได้แน่นอน
          นายมงคล สุภากาย ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย เปิดเผยว่า มวลน้ำจาก จ.แพร่ได้ไหลเข้า จ.สุโขทัยทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ทางโครงการชลประทานได้ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำ โดยคาดหน่วยพักน้ำที่ไหลมาจาก จ.แพร่ไว้ที่ประตูระบานน้ำหาดสะพานจันทร์ ซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้ 15 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทั้งระบายออกไปยังคลองหกบาทเพื่อไปลงสู่แม่น้ำน่านที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

          นอกจากนั้นยังได้ระบายไปเก็บไว้ตามอ่างเก็บน้ำของแต่ละชุมชนที่มีอยู่ เพื่อกักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง อีกส่วนจะระบายลงด้านล่างตามปกติ โดยปล่อยน้ำจากประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ที่ 560 ลบ.ม./วินาที ซึ่งตามแผนที่วางไว้จะปล่อยไม่เกิน 600 ลบ.ม./วินาที ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลผ่านตัวเมือง 330 ลบ.ม./วินาที โดยตามแผนจะปล่อยไม่เกิน 350 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ในบริเวณตัวเมืองสามารถรับน้ำได้สูงสุดไม่เกิน 500 ลบ.ม./วินาที ถือได้ว่าการบริหารจัดการปล่อยน้ำไหลผ่านตัวเมืองทำได้ต่ำกว่าแผนที่ได้เตรียมไว้

          สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณในตัวเมืองสุโขทัยที่มีการซ่อมแนวกั้นน้ำ ของโยธาธิการและผังเมืองยังไม่แล้วเสร็จอยู่หลายจุด จุดที่น่าเป็นห่วงมีความยาวประมาณ 80 เมตร ได้มีการนำ Big Bag มาวางกั้นระดับน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าจะสามารถรับมือกับมวลน้ำก้อนนี้ได้อย่างแน่นอน หากไม่มีมวลน้ำก้อนใหม่เข้ามาสมทบภายใน 1-2 วันนี้ น้ำก้อนนี้จะไหลผ่านสุโขทัยไปโดยใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงเช้ายังไม่ได้รับรายงายว่ามีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย

          อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ประชาชนควรย้ายของขึ้นที่สูงตามที่จังหวัดได้ประกาศเตือนไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อลดความเสียหายหากน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย