ข่าว

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

19 ส.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

 

             ก.เกษตรฯ ขานรับมติ ครม.เร่งมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต (เพิ่มเติม) 5 โครงการ วงเงินรวม 15,597.340 ล้านบาท เป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม รวม 40 จังหวัด พื้นที่ 5.7 แสนไร่

            พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเสนอ ครม. เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมติ ครม. ให้ความเห็นชอบการดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต (เพิ่มเติม) จำนวน 5 โครงการ วงเงินรวม 15,597.340 ล้านบาท

           วัตถุประสงค์เพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม รวม 40 จังหวัด พื้นที่ 5.7 แสนไร่ (กิจกรรมเกษตรกรรมทางเลือก 4.2 แสนไร่ และอาชีพปศุสัตว์ /ทำนาหญ้า 1.5 แสน ไร่) และการปรับเปลี่ยนอาชีพที่สร้างรายได้ดีกว่าทำนา ได้แก่ ปศุสัตว์/ทำนาหญ้า และเกษตรกรรมทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงและมีรายได้เสริม ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เร่งหน้าดำเนินการตามมาตรการที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร

 

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

 

         โดยกรอบวงเงินดังกล่าว แบ่งเป็น 1) งบสินเชื่อ ธ.ก.ส. จำนวน 10,686 ล้านบาท สำหรับเกษตรกรกู้ยืมเป็นเวลา 6 ปี เพื่อจัดหากระบือ โค แพะ และทำแปลงนาหญ้า 2) งบสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของเกษตรกรจากพื้นที่นาไม่เหมาะสมไม่เกิน 5 ไร่ต่อครัวเรือนไปทำเกษตรกรรมทางเลือกอื่น เช่น พืชไร่ ไม้ผล สัตว์ปีก และประมง วงเงิน 3,132.096 ล้านบาท 3) งบชดเชยดอกเบี้ย อัตรา 3% เกษตรกรจ่าย 2% ให้แก่เกษตรกรในการปรับเปลี่ยนเป็นอาชีพปศุสัตว์/ทำนาหญ้า จำนวน 3 หมื่นครัวเรือน พื้นที่ 1.5 แสน ไร่ และ 4) งบบริหารโครงการของ กสก. และ ปศ. จากงบกลางภายในกรอบวงเงิน 278.950 ล้านบาท

          สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ปีการผลิต 2559/60 ด้านการผลิต (เพิ่มเติม) ทั้ง 5 โครงการ ได้แก่ 

         1) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงกระบือ (ปศ.) มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 40 จังหวัด 2.5 หมื่น ไร่ เกษตรกร 5 พันครัวเรือน กระบือ 2.5 หมื่นตัว โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงกระบือรายละ 5 ตัว และปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวมาปลูกพืชอาหารสัตว์ทดแทนรายละ 5 ไร่

 

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

 

        2) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่องเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ (ปศ.) มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 40 จังหวัด 1.2 แสนไร่ เกษตรกร 2.4 หมื่นครัวเรือน แม่โคเนื้อ 1.2 แสนตัว โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อรายละ 5 แม่ และเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวมาปลูกพืชอาหารสัตว์แทนรายละ 5 ไร่

         3) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะ (ปศ.) มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 40 จังหวัด 2,500 ไร่ เกษตรกร 500 ครัวเรือน แพะ 1.6 หมื่นตัว โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแพะ รายละ 32 ตัว (เพศเมีย 30 ตัว และเพศผู้ 2 ตัว) และปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมมาปลูกพืชอาหารสัตว์ทดแทนรายละ 5 ไร่

         4) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการทำนาหญ้า (ปศ.) มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 40 จังหวัด 2,500 ไร่ เกษตรกร 500 ครัวเรือน โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกข้าว มาปลูกพืชอาหารสัตว์ทดแทนและจำหน่ายในเชิงการค้ารายละ 5 ไร่ และ

 

ไฟเขียว1.56หมื่นล้าน!ลดพื้นที่นา5.7แสนไร่ ผุด5โครงการรองรับ!

  

         5) โครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น (กสก.)มีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 30 จังหวัด 4.2 แสนไร่ เกษตรกร 8.4 หมื่นครัวเรือน โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมเป็นเกษตรกรรมทางเลือกอื่น โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับพื้นที่ ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงพื้นที่ สร้างระบบน้ำ และปัจจัยการผลิต และค่าใช้จ่ายในระหว่างการปรับเปลี่ยนพื้นที่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและมีอาหารบริโภคในครัวเรือน

          ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะลดพื้นที่นาข้าวไม่เหมาะสม 5.7 แสนไร่ ออกจากสาระบบแผนที่ Agri-Map ไปเป็นอาชีพอื่นที่มีรายได้ดีกว่า โดยเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนทำปศุสัตว์/นาหญ้า จะมีรายได้เสริมจากการขายมูลสัตว์ 2,000 บาท/เดือน และขายหญ้าอาหารสัตว์ 2,000 บาท/เดือน และมีปริมาณปศุสัตว์ (กระบือ โค แพะ) เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมทั้งเกษตรกรที่ทำกิจกรรมเกษตรทางเลือกแบบผสมผสาน จะมีอาหารเพียงพอในครัวเรือนและขายในชุมชนเป็นรายได้เสริมอีกด้วย