
สิงเทลรุกลงทุน สัญญาณดี“สื่อสาร”
อินทัชแจงผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่แจ้งขายหุ้น มั่นใจสิงเทลเข้าถือไม่กระทบการบริหาร มองเป็นกลุ่มเดียวกัน ชี้เป็นสัญญาณธุรกิจสื่อสารในไทยยังน่าสนใจ
นายฟิลิป เชียง ชอง แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ตามที่ บริษัท สิงคโปร์เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ (สิงเทล) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2559 ว่าได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นของบริษัทแบบมีเงื่อนไขจากบริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ สัดส่วน 21% ในราคา 60.83 บาท คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนราว 40,959 ล้านบาทนั้น บริษัทขอชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการในกรณีดังกล่าวจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทแต่อย่างใด
ด้าน น.ส.ทมยันตี คงพูลศิลป์ รองกรรมการผู้อำนวยการส่วนงานการลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง กล่าวว่า การเข้ามาถือหุ้นของสิงเทลจะไม่กระทบต่อการบริหารงาน เนื่องจากสิงเทล และเทมาเส็ก เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้น อำนาจการควบคุมบริษัทจึงไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็มีเกณฑ์ข้อยกเว้นเกี่ยวกับอำนาจการควบคุม ซึ่งไม่ต้องทำการซื้อหุ้นจากรายย่อย หรือเทนเดอร์ออฟเฟอร์
“การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งนี้ สิงเทลต้องการจะเข้ามาถือหุ้นในอินทัชเท่านั้น แม้จะมีผลทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในแอดวานซ์เพิ่มขึ้นทางอ้อม แต่อำนาจในการควบคุมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป” น.ส.ทมยันตีกล่าว
ขณะที่ น.ส.นัฐยา พัวพงศกร ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่สิงเทลถือหุ้นเพิ่มทางอ้อมในแอดวานซ์ น่าจะเป็นสัญญาณที่ว่าธุรกิจสื่อสารยังมีความน่าสนใจ และมีแนวโน้มเติบโตต่อไปได้ในระยะยาวจึงเข้ามาลงทุนเพิ่ม



