
“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”โอท็อปติดดาว เพื่อผู้บริโภคปลอดภัย
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
หลังยึดอาชีพแม่ค้าขายอาหารทะเลอยู่ในตลาดสดเทศบาลสิเกาอยู่พักใหญ่ก็เริ่มนำปลาสดมาทดลองแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ปลาเค็ม กุ้งแห้งจำหน่าย โดยเริ่มจากปลาตัวเล็กๆ เช่น ปลาจวด ปลาหลังเขียว แต่เป็นวิธีการผลิตแบบเดิมๆ จึงไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน อีกทั้ง ยังมีแมลงหวี่ แมลงวันรบกวนในกระบวนการผลิต จึงมีแนวคิดในการผลิต“ปลาเค็มกางมุ้ง”
โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการพัฒนาชุมชน สาธารณสุขและอุตสาหกรรมได้เข้ามาส่งเสริม และผลักดันให้จัดตั้งเป็นกลุ่มใช้ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชน ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”และยังมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรังมาให้คำปรึกษาแนะนำขั้นตอนการผลิต จวบจนปัจจุบัน สำหรับ"ศุภวรรณ อั้นเต้งหรือป้าจินต์" เจ้าของผลิตภัณฑ์“ปลาเค็มกางมุ้งแม่จินต์”และประธานกลุ่มวิสากิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา อ.สิเกา จ.ตรัง
"ทำมาตั้งแต่ปี 42 เริ่มจากปลาตัวเล็กๆ ก่อน เช่น ปลาตาโต ปลาไส้ตัน ปลาเม็ดขนุน จากนั้นเริ่มขยับนำปลาขนาดใหญ่มาทำการแปรรูปเป็นปลาเค็ม และปลาแดดเดียวเพิ่มเติม พร้อมกับพัฒนาระบบการผลิตให้ทันสมัยและถูกหลักอนามัย ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โดยมีทีมอาจารย์นักวิจัยจากมทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรังมาช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องกระบวนการผลิต ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ 15 ราย" ศุภวรรณ ย้อนอดีตให้ฟัง
เธอยอมรับว่าในอดีตกระบวนการผลิตปลาเค็มจะใช้การตากแดดในที่โล่งแจ้ง ซึ่่งบางครั้งจะมีแมลงวันมาตอมมากมาย ดูไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย ชาวบ้านจึงมีแนวคิดในการใช้มุ้ง หรือตาข่ายช่องขนาดเล็กมาคลุมแผงตากปลาเค็ม จึงเป็นที่มาของปลาเค็มกางมุ้ง ต่อมาได้พัฒนาเป็นตู้ตากปลาเค็ม แต่ก็ยังเรียกว่าปลาเค็มกางมุ้งติดปากมาถึงปัจจุบัน
โดยวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปส่วนใหญ่จะใช้ปลาสีเสียดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปลาสละ แต่บางครั้งก็ใช้ปลาอินทรี ปลาตาโต ปลากุเลา โดยรับซื้อปลาสดมาจากชาวประมงพื้นบ้านมีน้ำหนักเฉลี่ย 2-14 กิโลกรัมต่อตัว โดยปลาเหล่านี้มีราคาค่อนข้างถูก เมื่อนำมาแปรรูปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นลหายเท่าตัว
"อย่างปลาสีเสียดสดๆ ซื้อมากิโลละ 40-50 บาท แต่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็มแล้วขายกิโลละ 220-280 บาท แต่ถ้าซีนให้ด้วยจะคิดเพิ่มกิโลละ 300 บาท เหตุที่นำปลาสีเสียดมาแปรรูปเป็นหลักก็เพราะมีราคาถูกกว่าปลาชนิดอื่น ๆ"ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา เผย
พร้อมอธิบายถึงขั้นตอนการผลิต โดยเริ่มจากการเตรียมส่วนผสมอัตราส่วนปลาสด 10 กิโลกรัม ต่อเกลือละเอียด 1 กิโลกรัม จากนั้นเริ่มล้างปลาสดด้วยน้ำให้สะอาด ขอดเกล็ดออกจนหมดแล้วควักเอาไส้พุงปลาออกนำไปล้างทำความสะอาดอีกครั้ง ก่อนที่จะกรีดเนื้อปลาเป็นแนวยาวตามลำตัว เพื่อให้สามารถคลุกกับเกลือได้เข้ากันดี แล้วนำไปหมักทิ้งไว้ในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะนำออกล้างด้วยน้ำเปล่า 3 น้ำแล้วนำไปตากแดดในมุ้งขนาดใหญ่ กว้าง 2 เมตร ยาว 9 เมตร ซึ่งบรรจุปลาได้ 200-300 กิโลกรัมเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงวันตอม 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับแดดในช่วงฤดูนั้นๆ ด้วย
ด้าน ผศ.ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวระหว่างนำคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)และสื่อมวลชนเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา โดยระบุว่านอกจากมีทีมนักวิจัยของสถาบันฯการช่วยดูแลกระบวนการผลิตแล้วยังได้ส่งนักศึกษามาฝึกงานที่กลุ่มดังกล่าวในทุกภาคการศึกษาเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้กระบวนกาารผลิต และการจำหน่ายเพื่อสรา้งสมประสบการณ์ก่อนจบการศึกษาด้วย
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลาเค็มกางมุ้งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสิเกาได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอท็อป (OTOP) ระดับ 5 ดาวของจังหวัดและเป็นแหล่งการเรียนรู้ของนักศึกษา ผู้สนใจจากทั่วทุกสารทิศที่มาศึกษาดูงานไม่ขาดสายในแต่ละวัน สนใจผลิตภัณฑ์โทร.08-42939371



