ข่าว

เผยโฉม3ต้องสงสัย ระเบิด หัวหิน

เผยโฉม3ต้องสงสัย ระเบิด หัวหิน

18 ส.ค. 2559

ผบ.ตร.ลั่น ตำรวจไม่เคยจับแพะ ไม่ขัดย้าย ตร.ท่องเที่ยวไปสังกัด กก. เผยภาพ 3 ต้องสงสัย ระเบิด หัวหิน เชื่อยังอยู่ในประเทศ


               18 ส.ค. 59  ความคืบหน้าเหตุ ระเบิด กลางเมืองหัวหิน ล่าสุด มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นใบหน้าของผู้ต้องสงสัยค่อนข้างชัดเจน เป็นชายฉกรรจ์ 3 ราย ที่อาจจะเป็นผู้ก่อเหตุวาง ระเบิด ย่านบาร์เบียร์ และหอนาฬิกาหัวหิน รวมทั้งพยายามวาง ระเบิด เพลิงในตลาดฉัตรไชยหัวหิน ทั้ง 3 คน สวมหมวกแก๊ปอำพรางใบหน้า โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยถือถุงพลาสติกซึ่งคาดว่าน่าจะซุกซ่อน ระเบิด อยู่

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องซีซีทีวีหลังเกิด ระเบิด ในพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหิน พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 3 คน ลงมือวาง ระเบิด ในย่านบาร์เบียร์ และจุดที่เดินออกมาจากตลาดฉัตรไชย หลังจากนำ ระเบิด เพลิงไปวางไว้ คาดว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยลงมือในวันที่ 10 ส.ค.เพียงวันเดียว ใช้วิธีเดินเท้าไปรอบเมืองหัวหิน ตามจุดสำคัญต่างๆ บางจุดมีการนั่งพักประมาณ 10 นาที นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งหน้าที่กันคือ มีการเดินสำรวจและเฝ้าระวังหน้าระวังหลังให้กันเพื่อไม่ให้มีพิรุธ

               โดยจุดแรกวาง ระเบิด ในย่านบาร์เบียร์ 2 จุดก่อน หลังจากนั้นจึงไปวางที่บริเวณหอนาฬิกา และในตลาดฉัตรไชย ก่อนที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่ในวันเดียวกัน ซึ่งมีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อทั้ง 3 รายแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัว เบื้องต้น เชื่อมั่นว่าทั้ง 3 คนไม่ได้หลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

               สำหรับระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุในครั้งนี้ มี 2 ชนิดคือ ไปป์บอมบ์ จุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ และ ระเบิด เพลิงห่อหุ้มด้วยพาวเวอร์แบงก์ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ก่อเหตุในจังหวัดอื่นที่ถูกลอบวาง ระเบิด ในห้วงเวลาเดียวกัน

 

เผยโฉม3ต้องสงสัย ระเบิด หัวหิน

 

ผบ.ตร.ย้ำ ตำรวจไม่เคยจับแพะ

               เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนเหตุ ระเบิด ต่อเนื่องกันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนบน เหตุเกิดระหว่างวันที่ 10 - 12 สิงหาคม ว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีที่มีข่าวว่ามีการคุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุ ระเบิด 15 คน ต้องไปสอบถามผู้ที่รายงานข่าว ซึ่งจะเป็นการควบคุมโดยทหารหรือไม่ ตนไม่ทราบ และยังไม่มีการประสานงานมาที่ตนแต่อย่างใด ในส่วนของตำรวจยังไม่มีการออกหมายจับ ส่วนจะมีการควบคุมตัวผู้ใดไว้ในพื้นที่ทหารหรือไม่ ต้องไปสอบถาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ที่ลงไปติดตามคดีในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงการดำเนินการกรณีนายศักรินทร์ คฤหัสถ์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาคดีครอบครองวัตถุ ระเบิด ก็มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ควบคุมสั่งการการสืบสวนสอบสวนทั้งหมด ตนยังไม่ได้รับรายงาน

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีมีการแพร่ภาพผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการวาง ระเบิด ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ตนเห็นภาพดังกล่าวตั้งแต่วันที่ลงพื้นที่ อ.หัวหิน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมแล้ว เบื้องต้น เราพบผู้ต้องสงสัยเพียงเท่านี้ ตามภาพที่ปรากฏ ซึ่งจากหลักฐานที่มีสามารถขออนุมัติหมายจับได้ตั้งแต่ 3 วันก่อนแล้ว แต่ตนให้ชุดทำงานเก็บข้อมูลให้ได้มากกว่านี้ก่อน เพื่อหาความเชื่อมโยง เพื่อความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เร่งรัดทีมสืบสวนสอบสวน เพราะตั้งแต่เกิดเหตุทุกคนทำงานไม่ได้พักเลย

               เมื่อถามว่า มีการกำชับเรื่องการขออนุมัติหมายจับให้รอบคอบขึ้น เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกรณีนายศักรินทร์ ที่ จ.นครศรีธรรมราช หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่เรียกความผิดพลาด พยานหลักฐานชัดเจน เมื่อแถลงต่อศาล ศาลก็อนุมัติหมายจับออกมา ขออย่าพยายามไปบิดเบือนว่าเป็นการจับแพะ ไม่ใช่อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ยังคงให้น้ำหนักมูลเหตุการก่อเหตุไปที่เรื่องการลงเสียงประชามติ แต่ก็ย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัว หากผิดพลาดก็ให้โทษตน อย่าจับเอามาชี้นำกระแส ตนพูดจากประสบการณ์การทำงานการทำคดี เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ตนจะไม่ยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ประเด็นอื่นตนก็ไม่ได้ตัดทิ้ง เป็นเพียงการวิเคราะห์จากประสบการณ์ส่วนตัว รวมไปถึงการประกอบ ระเบิด ที่ตนชี้ตั้งแต่แรกว่าเหมือนกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นจริงตามนั้น

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารก็ระบุมูลเหตุไปในทิศทางเดียวกัน มีการประสานมาที่ตำรวจหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจากรูปที่เห็น ดูจากแผนประทุษกรรมก็ดูออกมาคล้ายๆ กัน ที่ผ่านมา ก็ทำคดีความมั่นคงมาด้วยกัน มีการข่าวข้อมูลเหมือนๆ กัน จึงมองคล้ายๆ กัน

               ส่วนนายมูฮัมหมัด ลอสะดี ปาเนาะ ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่ จ.กระบี่ นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการซักถามก็ให้การเป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารูปแบบการ ระเบิด จะเหมือนกับการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เชื่อว่านี่ไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อเหตุ แต่มาทำเฉพาะกิจหรือไม่ ยังบอกไม่ได้ กำลังดูความเชื่อมโยง อย่างกรณี ระเบิด 9 จุดในช่วงปีใหม่ ตั้งแต่ปี 2549 หรือเหตุ ระเบิด หน้า ม.รามคำแหง ในปี 2556 ก็ลักษณะเดียวกัน กลุ่มคนในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้มาก่อเหตุ แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่การขยายพื้นที่ก่อความไม่สงบ ซึ่งข้อมูลการสืบสวนสอบสวนเรามีฐานข้อมูลอยู่ ข้อมูลของตำรวจเชื่อถือได้อยู่แล้ว มีข้อมูล หลักฐานบางอย่างที่เราพบความเชื่อมโยงกับเหตุก่อนหน้านี้ หลักฐานของบุคคลที่โยงกัน ขอเวลาสืบสวนขยายผลให้ชัดเจน จึงจะชี้ชัดได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้จะติดตามความคืบหน้าจากกองการต่างประเทศ และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรื่องข้อมูลที่ส่งให้ประเทศมาเลเซียตรวจสอบ เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุยังหลบหนีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นฐานที่มั่นที่ปลอดภัยที่สุดของกลุ่มนี้ แต่หากออกนอกประเทศเป็นไปได้ว่าจะออกทางช่องทางธรรมชาติ

 

เผยโฉม3ต้องสงสัย ระเบิด หัวหิน

 

ไม่ขัดย้าย ตร.ท่องเที่ยวไปสังกัดกก.

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดจะโอน ตำรวจท่องเที่ยว ไปสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ว่า หากเป็นนโยบายของรัฐบาล ตนก็ไม่ขัดข้อง พร้อมปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา คาดว่า นายกรัฐมนตรีน่าจะกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาถึงเรื่องนี้

               ส่วนกรณี พ.ต.ท.บุญเรือง สาระรัมย์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ทำร้ายร่างกายภรรยาจนเสียชีวิตนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งการให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยพร้อมที่จะความเป็นธรรม ซึ่งขอให้มั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่

               ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.บุญเรือง ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนความผิดทางวินัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่าจะเป็นบทลงโทษแค่พักราชการ หรือให้ออกจากราชการ แต่ด้วยมีคนเสียชีวิตจึงต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการ ฯ อีกครั้ง