ข่าว

 "กรธ." แย้ม แก้ ร่าง รธน.ตามคำถามพ่วงต้องผ่าทางตัน

"กรธ." แย้ม แก้ ร่าง รธน.ตามคำถามพ่วงต้องผ่าทางตัน

18 ส.ค. 2559

สุพจน์ ไข่มุกด์” แนะ แก้ร่างรธน.ให้สอดคล้องคำถามพ่วง ต้องเปิดช่องทางตันทางการเมืองด้วย “เธียรชัย” ยัน กรธ. เสียงไม่แตก ปมแก้ร่างรธน.

     นายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กรธ. วันที่ 19 ส.ค. ซึ่งได้นัดตัวแทนขอสมาชิกสภาติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้าชี้แจงหลักการและเหตุผลของคำถามประกอบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  ว่า กรธ. ต้องรับฟังความเห็นของ สนช. ฐานะผู้ที่รับผิดชอบต่อการนำเสนอและชี้แจงคำถามประกอบฯ ต่อประชาชนด้วย ซึ่งตามที่มีผู้ให้ข้อมูลว่า ในเวทีสนช. บางเวทีมีผู้ระบุว่า ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ด้วยนั้นตนยังไม่เห็นรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เพราะแม้แต่ในเวทีชี้แจงประชาชนและเทปบันทึกการชี้แจงของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่หนึ่ง ไม่เคยมีคำพูดที่ว่าให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ  ซึ่งในการรับฟังข้อมูลของสนช.ก่อนการนำมาปรับบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญในส่วนบทเฉพาะกาลให้สอดคล้องกับคำถามประกอบฯ นั้น ส่วนตัวมองว่ามีหลายประเด็นต้องคำนึงถึงให้รอบคอบ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทางตันทางการเมืองหรือทางออกหากเกิดกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกฯ ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในบทหลักของร่างรัฐธรรมนูญ ได้ เช่น พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากในสภาฯ หรือพรรคการเมืองขนาดใหญ่เบอร์ 1 หรือพรรคการเมืองขนาดใหญ่เบอร์ 2  ไม่มีบัญชีรายชื่อของบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่จะเสนอให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบจะทำอย่างไร หรือกรณีที่บุคคลในบัญชีนายกฯ ของพรรคการเมืองตัดสินใจถอนตัวออกจากบัญชีนายกฯ ก่อนการลงมติ เป็นต้น
 
                “ทางกรธ. ต้องพิจารณาให้รอบคอบเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ดังนั้นต้องหาคำที่เหมาะสมที่สุด ส่วนที่ใครกำลังมองว่าการเขียนบทบัญญัติใดๆ เพื่อเปิดทางให้ผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กลับเข้าสู่ตำแหน่งบริหารอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ผมมองว่าต่อให้เขียนบทบัญญัติไว้อย่างไร  เขาสามารถกลับมาเป็นได้ทั้งหมด เพราะการตัดสินใจจะกลับมาหรือไม่อยู่ที่ตัวของผู้นำในคสช. แต่ทั้งหมดต้องพิจารณาปัจจัยที่สำคัญด้วย คือ การมีบารมีและเป็นที่ยอมรับจากประชาชนด้วย” นายสุพจน์ กล่าว

                ขณะที่นายเธียรชัย ณ นคร กรธ. ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่กรธ.รับฟังสนช. แล้ว กรธ. ต้องนำข้อมูลมาพิจารณาร่วมกันว่าจะเขียนบทบัญญัติอย่างไร ซึ่งจากที่หลายฝ่ายให้ความเห็นที่ให้เพิ่มอำนาจให้ส.ว. ทั้งการเสนอชื่อนายกฯ นั้น ตนมองว่าจะเป็นเนื้อหาที่เกินกว่าตัวคำถามประกอบฯ  ขณะที่การพิจารณาในประเด็นดังกล่าวของกรธ. นั้น ตนยืนยันว่ากรธ.ไม่มีเสียงแตกเป็นอย่างอื่น และเห็นตรงกันกับคำให้สัมภาษณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ว่า กระบวนการเลือกนายกฯ ต้องเป็นไปตามบทหลักของร่างรัฐธรรมนูญ คือขั้นตอนที่ 1 การเสนอชื่อนายกฯ ต้องมาจากสภาผู้แทนราษฎร และเป็นไปตามบัญชีรายชื่อของบุคคลที่พรรคการเมืองสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ  และขั้นตอนที่ 2 หากเลือกบุคคลในบัญชีนายกฯ ของพรรคการเมืองไม่ได้ ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเพื่อยกเว้นการใช้บัญชีนายกฯ ขอพรรคการเมือง อย่างไรก็ดีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้สอดคล้องกับคำถามประกอบฯ จะถูกจำกัดการแก้ไขในส่วนบทเฉพาะกาลเท่านั้น
 
                แหล่งข่าวจาก กรธ. แจ้งว่า สำหรับการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามประกอบฯ มีความพยายามให้ กรธ. แก้ไขบทบัญญัติในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ว่าด้วยการของความเห็นชอบจากรัฐสภางดเว้นการใช้บัญชีนายกฯของพรรคการเมือง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเนื้อหาจะคลุมถึงการงดใช้กระบวนการที่มานายกฯ ตามมาตรา 159 ว่าด้วยกรณีให้ ส.ส.เสนอชื่อนายกฯ หรือไม่  เพราะต้องรอฟังความเห็นของสนช. ก่อน อย่างไรก็ตามกรธ. มีความเห็นว่าหากมาตรา 272 ถูกแก้ไขและถูกยกเลิกไปอาจเป็นการทำลายความสมดุลของกระบวนการทางการเมืองที่ กรธ.ได้วางเจตนารมณ์ไว้ในตัวบทหลักดังนั้นกรธ. มีแนวโน้มจะคงมาตรา 272 ไว้แบบเดิม แต่หากเกิดปัญหาของการตีความจะให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดต่อไป.