
ที่ควรทำแต่ยังไม่ทำ
กระแสหนุนกับคัดค้าน การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาช่วยคนหนีคุกอย่าง ทักษิณ ชินวัตร กำลังจะขยายรอยแยกให้แก่บ้านเมืองอย่างชนิดที่ กระทรวงมหาดไทย คาดไม่ถึง
ทั้งคนที่พูดมาเป็นคนแรก อย่าง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนที่สั่งการและลงมือปฏิบัติ อย่าง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ด้วยเพราะเป็น รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนี่แหละที่พ่วงทั้งคนเสื้อน้ำเงิน และต่อเชื่อมไปยังแขนขาของกระทรวงมหาดไทยที่ยืดยาวลงไปถึงระดับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่ปกติก็รับรู้ หรือไม่ก็ร่วมขับเคลื่อนใหเแก่กลุ่มเสื้อแดงอยู่แล้ว
โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นภาคเหนือและอีสาน
เมื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบและเป็นทางการ ก็เข้าทางกลุ่มเสื้อแดง ที่ดูเหมือนจะรอจังหวะสอง ตรงนี้อยู่แล้ว
การขู่ฟ้องศาลปกครอง เป็นเรื่องที่ไม่อยู่เหนือความคาดหมาย
ผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่าแค่แรกเริ่มเดินหน้าฟ้องก็เท่ากับว่าคนเหล่านี้ได้ขยายวง ขยายขอบเขตออกไป เพื่อให้เรื่องมันเป็นเรื่อง ครอบคลุมเกาะเกี่ยวไปถึงทุกสิ่งทุกอย่าง
และหากศาลรับเรื่องไว้พิจารณา นั่นก็ยิ่งตอกย้ำว่า แนวทางของ "ฎีกาแดง" นั้นมีน้ำหนักมากขึ้น
โดยไม่ต้องไปพูดถึงว่า ที่สุดแล้ว ช่องทางจะไปเข้าทางท่อกระทรวงยุติธรรม ที่ รมว.ยุติธรรม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ย้ำแล้วย้ำอีกว่า "ฎีกาแดง" ไม่เข้าหลักเกณฑ์
นั่นเพราะแดงไม่ได้สนใจในจุดนั้นตั้งแต่แรกแล้ว !
ไม่ยอมรับรู้ว่า ศาลที่พิพากษาให้จำคุก ทักษิณ นั้น ทำหน้าที่ในพระปรมาภิไธย
ไม่รับรู้อีกว่า พระราชวินิจฉัยไม่อาจกลับคำพิพากษา โดยเฉพาะเมื่อผู้ต้องคำพิพากษายังไม่มารับโทษ และไม่ได้สำนึกว่าตนเองต้องโทษเลยแม้แต่น้อย
แต่ก็นั่นแหละ คนที่เรียกร้อง คนที่ปลุกเร้าให้เข้าชื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เขาคงมาไกลเกินกว่าที่จะให้ถอยหลังหลับ
หากแต่คนที่พยายามที่จะทำให้บ้านเมืองสงบ-สมานฉันท์นี่ต่างหาก ที่ต้องใช้สติให้รอบคอบในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ยิ่งคนที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ยิ่งต้องระมัดระวังเพิ่มเป็นเท่าตัว
หาไม่แล้วอำนาจก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่จะย้อนกลับมาหาตัวเอง กลับมาซ้ำเติมประเทศชาติ
กระทรวงมหาดไทย ที่ประกาศรายชื่อกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านที่ตั้งตัวระดมคนคัดค้านการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาอย่างภาคภูมิใจนั้น ฉุกคิดหรือไม่ว่าแท้จริงแล้วนั่นคือวิธีการที่ถูกต้องแล้วหรือ ?
ใช่เป็นแนวทางที่ความแตกต่างอยู่ร่วมกันได้แล้วหรือ ?
รายชื่อเกือบ 4 ล้าน ถ้ามองอย่างฉาบฉวย ก็คงจะทำให้ ชวรัตน์ ยิ้มจนตาหยี
แต่ถ้าพิเคราะห์ว่า นี่คือการนับหนึ่งของความขัดแย้งที่เริ่มอย่างเป็นทางการ
แม้จะมีข้อโต้แย้งว่า ถึงกระทรวงมหาดไทยไม่ได้ทำ ความขัดแย้งก็มีอยู่แล้ว ...มันก็จริง แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่จะเข้าไปขยายความขัดแย้งให้มากขึ้น
เท่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ แค่สีเสื้อ ก็ทำให้บ้านเมืองไร้ซึ่งความเป็นเอกภาพมากพออยู่แล้ว
สิ่งที่หน่วยงานของรัฐควรจะทำก็คือ การใช้กลไกที่มีอยู่ทั้งหมดไปชี้แจง ไปอธิบาย เพื่อให้ทุกคนทุกฝ่ายได้เข้าใจว่า ช่องทางการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกานั้นทำได้หรือไม่
ถ้าทำได้ ทำแบบไหนถึงจะถูกต้องตามกฎหมาย
ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องให้เหตุให้ผลประกอบไป เพื่อให้คนทุกชนชั้นทุกอาชีพได้เข้าใจตรงกัน
ที่สำคัญ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากลำบากตรงไหน...ก็ในเมื่อคำชี้แจงที่ถูกต้องอ้างอิงถึงข้อกฎหมาย ทั้ง รมว.ยุติธรรม ทั้งคณาจารย์จากมหาวิทยาลัย ต่างก็ชี้แจงแถลงไขจนกระจ่างในทุกข้อคำถาม
เอาตรงนั้นไปอธิบายต่อให้ชาวบ้านได้เข้าใจแค่นี้ก็จบ ไม่เห็นต้องไปตั้งโต๊ะคัดค้านให้มันเกิดอาการเขม่นกันให้เมื่อยตุ้ม
ไม่เห็นหรือ วันที่ "เถื่อนอุดร" ถือไม้ไปไล่ตีคนเสื้อเหลืองที่ชุมนุมกันในปีก่อน
นั่นไม่ใช่เพราะความขัดแย้งหรอกหรือ ?
กลไกอำนาจรัฐมันต้องหยุดยั้งความรุนแรงตรงนั้น ไม่ใช่เอาตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่ม หรือขยายความรุนแรง
ยังไม่สายหรอกที่จะหยุดตั้งโต๊ะถอดถอนหรือคัดค้าน แล้วเปลี่ยนเป็นการรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจ
ผิดกฎหมายอย่างไร จะเป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทอย่างไร
ไปทำหน้าที่ตรงนั้น !



