
ใจสลาย ภาพเด็กชายซีเรียย้ำเตือนความโหดสมรภูมิอเลปโป
ชาวเน็ตแชร์ภาพ เด็กชายซีเรีย บาดเจ็บมอมแมมเหม่อลอยราวไร้ชีวิตอย่างสุดสะเทือนใจ ฉายภาพความสยดสยองสงครามอเลปโป
ภาพของ เด็กชายซีเรีย เท้าเปล่าที่ได้รับบาดเจ็บเสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นมอมแมม นั่งนิ่งจ้องมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย หลังถูกจับยกมานั่งบนเก้าอี้หลังรถพยาบาลเพียงลำพัง กลายเป็นภาพแทนความโหดร้ายของสงครามชิงเมืองอเลปโป เมืองทางเหนือของซีเรียอย่างสุดสะเทือนใจ และถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์เวลานี้
เด็กชาย ออมราน ดักนีช วัย 5 ขวบ ตกอยู่ในอาการช็อค สับสน และดูเหมือนไม่รู้ตัวในตอนแรกด้วยซ้ำว่ามีเลือดไหลจากแผลบนหน้าผากอยู่พักใหญ่ แต่ที่สุดก็ยกมือเช็ดเลือดที่ไหลลงมา
ภาพนี้ตัดมาจากคลิปวิดีโอของศูนย์สื่ออเลปโป ( Aleppo Media Center ) แสดงเหตุการณ์ที่ทีมกู้ภัยช่วยดึงออมราน ออกมาจากกองซากปรักหักพังบ้านหลังหนึ่ง และจับมานั่งรอที่หลังรถพยาบาล โดยเด็กไม่ได้เสียงร้องเลยสักแอะ จากนั้น มีเด็กเล็กอีกสองคนที่ได้รับการช่วยเหลือมานั่งใกล้กัน
เด็กชายออมรอน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เอ็ม10 สถานที่ที่ถูกโจมตีหลายหนเช่นกัน แพทย์ช่วยทำแผลรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ เช็ดล้างฝุ่นออกจากผม ตา และเสื้อผ้า ก่อนปล่อยตัวกลับในคืนวันเดียวกัน
แพทย์ในเมืองอเลปโปคนหนึ่งเปิดเผยว่า หนูน้อยเป็นหนึ่งในเด็กซีเรีย 5 คน และชายหนุ่มอีก 2 คนที่บาดเจ็บจากรัฐบาลซีเรียโจมตีทางอากาศที่ย่าน กาเตริจ พื้นที่ที่กบฏควบคุมในเมืองอเลปโป เมื่อค่ำวันพุธ ( 17 ส.ค.) โดยรวมมีเด็ก 12 คนอายุไม่ถึง 15 ปี เข้ารับการรักษาในวันเดียวกัน
เกิดอะไรขึ้นที่อเลปโป
อเลปโป เมืองใหญ่อันดับสองของซีเรีย เคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของซีเรีย ก่อนกลายเป็นจุดเดือดในสงครามกลางเมือง 5 ปี ถูกแบ่งแยกเป็นพื้นที่กบฏควบคุมทางด้านตะวันออก กับฝั่งตะวันตกที่รัฐบาลควบคุมมาตั้งแต่กลางปี 2555
การสู้รบชิงเมืองทวีความดุเดือด หลังจากทหารรัฐบาลและพันธมิตร รวมถึงรัสเซีย ที่ช่วยถล่มทางอากาศ สามารถยึดเส้นทางเสบียงทางสุดท้ายเข้าสู่พื้นที่กบฎได้เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม จุดความวิตกสวัสดิภาพของพลเรือนในพื้นที่ที่กบฏคุมราว 2.5 – 3 แสนคน
ต่อมา เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ฝ่ายกบฏฝ่าวงล้อมรัฐบาล เปิดเส้นทางใหม่ได้ในทางตะวันออก แต่การสู้รบยิ่งทวีความรุนแรงในพื้นที่นั้น และไม่ชัดเจนว่าฝั่งตะวันออกสามารถนำเสบียงเข้าได้มากพอหรือไม่
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง การรุกรบของกบฏก็กระทบเส้นทางขนส่งเข้าเมืองด้านตะวันตกเช่นกัน ซึ่งประเมินว่ามีประชากรอยูราว 1.2 ล้านคน นอกจากนี้ การถล่มสู้กันดุเดือดทั้งสองฝ่าย กระทบการจ่ายน้ำและไฟฟ้าทั่วเมือง
นายปีเตอร์ เมาเรอร์ ประธานคณะกรรมการกาชาดสากล (ไอซีอาร์ซี ) ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า การสู้รบเพื่อชิงพื้นที่ในเมืองอเลปโป ได้กลายเป็นหนึ่งในสงครามในเมืองทำลายล้างมากที่สุดในโลกยุคใหม่ ก่อความทุกข์ทรมานเหลือคณานับให้กับผู้คน
“ไม่มีใคร และไม่มีที่ไหนปลอดภัย กระสุนปลิวมาได้ทุกขณะ บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ล้วนอยู่ในดงกระสุน คนมีชีวิตอย่างหวาดผวา”
นอกจากอันตรายโดยตรงจากการสู้รบแล้ว ความรุนแรงยังก่อความเสียหายอย่างหนักแก่ระบบสาธารณูปโภค การขาดแคลนบริการจำเป็นอย่างน้ำและไฟฟ้า เป็นความเสี่ยงเฉพาะหน้าและอันตรายมากสำหรับประชากรเกือบ 2 ล้านคน ที่เดิมการเข้าถึงบริการพื้นฐานต่างๆ รวมถึงการรักษาพยาบาล ก็ลำบากมากพออยู่แล้ว
สหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายต้องพักการสู้รบ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีเวลามากพอสำหรับการนำความช่วยเหลือถึงมือประชาชน และซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่เสียหาย การหยุดยิงแค่ 3 ชม.ต่อวันตามที่รัฐเซียยื่นข้อเสนอเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่มีประโยชน์



