ข่าว

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

19 ส.ค. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

                         หลังยึดอาชีพแม่ค้าขายอาหารทะเลอยู่ในตลาดสดเทศบาลสิเกาอยู่พักใหญ่ก็เริ่มนำปลาสดมาทดลองแปรรูปเป็นปลาแดดเดียว ปลาเค็ม กุ้งแห้งจำหน่าย โดยเริ่มจากปลาตัวเล็กๆ เช่น ปลาจวด ปลาหลังเขียว แต่เป็นวิธีการผลิตแบบเดิมๆ จึงไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน อีกทั้งยังมีแมลงหวี่ แมลงวันรบกวนในกระบวนการผลิต จึงมีแนวคิดในการผลิต “ปลาเค็มกางมุ้ง”

 

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

 

                       โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมการพัฒนาชุมชน สาธารณสุขและอุตสาหกรรม เข้ามาส่งเสริมและผลักดันให้จัดตั้งเป็นกลุ่ม โดยใช้ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชน ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา” และยังมีทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มาให้คำปรึกษาแนะนำขั้นตอนการผลิตอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน สำหรับ ศุภวรรณ อั้นเต้ง หรือป้าจินต์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ปลาเค็มกางมุ้งแม่จินต์” และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา อ.สิเกา จ.ตรัง 

                     “ทำมาตั้งแต่ปี 2542 เริ่มจากปลาตัวเล็กๆ ก่อน เช่น ปลาตาโต ปลาไส้ตัน ปลาเม็ดขนุน จากนั้นเริ่มขยับนำปลาขนาดใหญ่มาแปรรูปเป็นปลาเค็ม และปลาแดดเดียวเพิ่มเติม พร้อมกับพัฒนาระบบการผลิตให้ทันสมัยและถูกหลักอนามัย ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โดยมีทีมอาจารย์นักวิจัยจาก มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง มาช่วยดูแลให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องกระบวนการผลิต ปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ 15 ราย” ศุภวรรณ ย้อนอดีตให้ฟัง  

 

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

 

                      ศุภวรรณ ยอมรับว่าในอดีตกระบวนการผลิตปลาเค็มจะใช้การตากแดดในที่โล่งแจ้ง ซึ่่งบางครั้งจะมีแมลงวันมาตอมมากมาย ดูไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย ชาวบ้านจึงมีแนวคิดในการใช้มุ้ง หรือตาข่ายช่องขนาดเล็กมาคลุมแผงตากปลาเค็ม จึงเป็นที่มาของปลาเค็มกางมุ้ง ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นตู้ตากปลาเค็ม แต่ก็ยังเรียกว่าปลาเค็มกางมุ้งติดปากมาถึงปัจจุบัน โดยวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปส่วนใหญ่จะใช้ปลาสีเสียดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปลาสละ แต่บางครั้งก็ใช้ปลาอินทรี ปลาตาโต ปลากุเลา โดยรับซื้อปลาสดมาจากชาวประมงพื้นบ้านมีน้ำหนักเฉลี่ย 2-14 กิโลกรัมต่อตัว  โดยปลาเหล่านี้มีราคาค่อนข้างถูก เมื่อนำมาแปรรูปจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว 

                       “อย่างปลาสีเสียดสดๆ ซื้อมากิโลละ 40-50 บาท แต่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นปลาเค็มแล้วขายกิโลละ 220-280 บาท แต่ถ้าซีนให้ด้วยจะคิดเพิ่มกิโลละ 300 บาท  เหตุที่นำปลาสีเสียดมาแปรรูปเป็นหลักก็เพราะมีราคาถูกกว่าปลาชนิดอื่นๆ” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา เผยพร้อมอธิบายถึงขั้นตอนการผลิต โดยเริ่มจากการเตรียมส่วนผสมในอัตราส่วนปลาสด 10 กิโลกรัม ต่อเกลือละเอียด 1 กิโลกรัม 

 

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

 

                        จากนั้นเริ่มล้างปลาสดด้วยน้ำให้สะอาด ขอดเกล็ดออกจนหมดแล้วควักเอาไส้พุงปลาออกนำไปล้างทำความสะอาดอีกครั้ง ก่อนที่จะกรีดเนื้อปลาเป็นแนวยาวตามลำตัว เพื่อให้สามารถคลุกกับเกลือได้เข้ากันดี แล้วนำไปหมักทิ้งไว้ในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะนำออกล้างด้วยน้ำเปล่า 3 น้ำแล้วนำไปตากแดดในมุ้งขนาดใหญ่ กว้าง 2 เมตร ยาว 9 เมตร ซึ่งสามารถจุปลาได้ 200-300 กิโลกรัมเพื่อป้องกันไม่ให้แมลงวันตอม ประมาณ 1-2 วัน ขึ้นอยู่กับแดดในช่วงฤดูนั้นๆ ด้วย 

 

“ปลาเค็มกางมุ้งสิเกา”นวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคปลอดภัย

 

                        ด้าน ผศ.ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวระหว่างนำคณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสื่อมวลชนเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาเค็มกางมุ้งสิเกา โดยระบุว่า นอกจากมีทีมนักวิจัยของสถาบันการช่วยดูแลกระบวนการผลิตแล้วยังส่งนักศึกษามาฝึกงานที่กลุ่มดังกล่าวในทุกภาคการศึกษาเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้กระบวนกาารผลิต และการจำหน่ายเพื่อสร้างสมประสบการณ์ก่อนจบการศึกษาด้วย

                       ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลาเค็มกางมุ้งของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสิเกาได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือสินค้าโอท็อป ระดับ 5 ดาวของจังหวัดและยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ของนักศึกษาและผู้สนใจจากทั่วทุกสารทิศที่มาศึกษาดูงานไม่ขาดสายในแต่ละวัน สนใจผลิตภัณฑ์โทร.08-42939371