
ผอ.ชุมชนพอเพียงยันกลั่นกรองโครงการก่อนอนุมัติเป็นอย่างดี
ผอ.ชุมชนพอเพียง ยันกลั่นกรองโครงการก่อนอนุมัติเป็นอย่างดี ระบุปัญหาเกิดจากไม่ทำประชาคม ชี้โครงการเอสเอ็มแอลกว่า 600 หมู่บ้าน ในรัฐบาลก่อนก็ไม่เคยทำประชาคม
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สำนักงานโครงการเศรษฐกิจชุมชนพอเพียง (สพช.) หรือโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวถึงปัญหาการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงว่า ยืนยันว่า การอนุมัติโครงการใดๆมีการตรวจสอบ กลั่นกรองอย่างดีจากสพช. และฝ่ายค้านก็ยังช่วยตรวจสอบให้อีกทางหนึ่ง ที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบพบความผิดปกติในชุมชนต่างจังหวัดประมาณ 200 แห่ง แต่ยืนยันว่า มีโอกาสน้อยมากที่เจ้าหน้าที่สพช.จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างโครงการในชุมชน เท่าที่ดูแล้วอาจเป็นเรื่องการบกพร่อง ที่เจ้าหน้าไม่ตั้งใจให้เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับล่างร่วมมือกับนักการ เมืองท้องถิ่นในการทุจริตนั้น อาจไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของโครงการ เพราะเจ้าหน้าที่มีหลายระดับ หากมีการทุจริตก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สพช.เป็นผู้กระทำ แต่หากพบว่าเจ้าหน้าที่สพช.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยจริง ก็ต้องถูกดำเนินการ
“ต้องชี้แจงว่าโครงการนี้มีเป้าหมายการทำงาน 8 หมื่นชุมชน และมีที่เขียนโครงการเข้ามา 6.6 หมื่นชุมชน ซึ่งสพช.อนุมัติ 3.1 หมื่นชุมชน ส่วนที่เหลือไม่เข้าเกณฑ์การพิจารณา ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบเบื้องต้น และใน 3.1 หมื่นชุมชน อนุมัติไปเพียง 2.1 หมื่นชุมชน อีก 1 หมื่นชุมชนไม่สามารถโอนเงินได้ เพราะมีข้อติดขัดทำให้ต้องไปดำเนินการตรวจสอบต่อ ซึ่งทางสำนักงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่มีบุคคลร้องเรียนเข้ามาอีก 200 เรื่อง ทั้งนี้จากการตรวจสอบ 200 ชุมชนที่มีความผิดปกติซึ่งเป็นการตรวจสอบขั้นที่ 3 ขณะเดียวกันฝ่ายค้านยังช่วยตรวจสอบและยังพบความไม่ชอบมาพากลอีก 6 ชุมชน” นายสุมิท กล่าว
นายสุมิท กล่าวว่า ปัญหาที่แท้จริงของโครงการชุมชนพอเพียงคือ ชุมชนไม่มีการทำประชาคมเอง วันนี้ดีใจที่มีกระบวนการตรวจสอบเข้มข้น ขณะนี้บนหน้าหนังสือพิมพ์มีแต่คนพูดถึงโครงการนี้ในลักษณะเตือน แต่ไม่มีใครบอกว่า โครงการนี้ไม่ดี ทุกคนเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า เป็นโครงการดี ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยตรวจสอบ เชื่อว่าต่อไปชุมชนจะมีการทำประชาคมกัน รับรองจะไม่มีมั่วอีกแล้ว ซึ่งกรณีที่ชุมชนไม่ได้ทำประชาคมเองนั้น เป็นปัญหาหมักมานาน โครงการในอดีตเกือบ 100% ก็ไม่มีการทำประชาคม จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่โครงการสมัยเอสเอ็มแอล มี 1 จังหวัด จำนวน 601 หมู่บ้านก็ไม่มีการทำประชาคมทั้ง 601 หมู่บ้าน ส่วนจะเป็นจังหวัดใด และโครงการใดไม่สามารถเปิดเผยได้ รู้แต่ว่า เป็นโครงการที่ต่างจังหวัดชอบทำกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า ผู้บริหารสพช.สั่งปลดเจ้าหน้าที่ 3 คนที่ลงไปตรวจสอบข้อมูลการทุจริตของโครงการที่จ.อยุธยา นายสุมิท ตอบว่า คงเป็นเพียงข่าว คิดว่า คงเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะทำงานที่เข้ามาในระยะสั้นๆ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่หลัก ส่วนจะมีใครไปสั่งปลดหรือไม่ เนื่องจากเรื่องยังมาถึงตน จึงไม่ทราบ แต่คิดว่า คงไม่มี เพราะในฐานะเป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นคำสั่งปลด ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเรื่องการสั่งปลดใครมาถึงตนเลย ส่วนที่ตนได้ไปแจ้งความกับกองปราบปรามดำเนินการกับบุคคลที่ทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงนั้น คิดว่า กองปราบคงจัดทีมมาตรวจสอบ เพราะเกี่ยวข้องทั้งคนในและคนนอก แต่ที่ไปแจ้งความไม่ใช่แจ้งความดำเนินคดี แต่ไปแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้ช่วยสอบว่า เป็นความผิดหรือไม่ คิดว่ากองปราบคงประสานมาในเร็วๆนี้
นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานกรรมการอำนวยการสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า เท่าที่เกี่ยวข้องกับโครงการชุมชนพอเพียงเห็นว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน นายประโภชฌ์ สภาวสุ น้องชายนายกอร์ปศักดิ์ ในฐานะรองผอ.สำนักงานชุมชนพอเพียง นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผอ.สำนักงานชุมชนพอเพียง ที่ลงไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ก็เห็นว่ามีความเอาจริงเอาจังกับโครงการ ซึ่งไม่ใช่การปกป้องกัน แต่ต้องให้โอกาสและเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ตามขอชื่นชมสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่ดีมาก ไม่เคยมีครั้งใดที่เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงได้ออกหน้าสื่อมากที่สุดเท่าครั้งนี้ เพราะถูกวางบนหน้าสื่อทุกระดับ เหมือนกลองดียิ่งตีก็ยิ่งดัง ไม่ต้องกังวลหากกลองไม่ดี ก็จะแตกไปเอง ถ้ากลองดีก็จะทน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม ขอให้ไม่ต้องกังวล



