
ศัตรูพืชรุมเจาะ"อ้อย-ถั่วเหลือง"
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ช่วงนี้อากาศชื้นมีฝนตกชุก กรมวิชาการเกษตร ขอเตือนเจ้าของสวน อ้อย ช่วงอายุประมาณ 8 เดือน ซึ่งพบการระบาดของ ตั๊กแตนไฮโรไกลฟัสหรือตั๊กแตนข้าว (พบในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ระยะตัวเต็มวัยผสมพันธุ์และวางไข่) เช่นเดียวกับ ถั่วเหลือง ปลูกใหม่อายุไม่เกิน 14 วัน ให้ระวัง หนอนแมลงวันเจาะลำต้น และไม้ผลเขตหนาวอย่าง บ๊วย ทุกช่วงระยะการเติบโต ให้ระวังโรค ราสนิม
ตั๊กแตนข้าว หรือปาทังก้าศตรูร้ายของอ้อย
1.ตั๊กแตนไฮโรไกลฟัส (ตั๊กแตนข้าว) กัดกินอ้อย - ตัวเต็มวัยจะกัดกินที่ใบอ้อยเป็นรอยเว้าแหว่ง ถ้าระบาดมากจะเหลือแต่ก้านใบ ซึ่งตั๊กแตนจะกินพืชได้หลายชนิด ที่สำรวจพบมีข้าวอ้อย ข้าวโพด ฝ้าย ถั่วเหลือง ถั่วลิสง หญ้าคา แฝก พง อ้อ ไผ่ ข้าวฟ่าง ใบมะพร้าว สาบเสือ หญ้าใบไผ่ หญ้าตีนติด ใบมันสำปะหลัง ละหุ่ง ปอแก้ว ใบมะพร้าว ใบข่า ใบสับปะรด และใบตะไคร้ ใน 1 ปี มีการขยายพันธุ์ 1 ครั้ง
การป้องกันกำจัด :
1.ใช้กับดักเหยื่อพิษ เตรียมสารละลายเหยื่อพิษ (ประกอบด้วย สารฆ่าแมลง คาร์แทปไฮโดรคลอร์ไรด์ 50% เอสพี 20 กรัม : เกลือแกง 30 กรัม : แอมโมเนียม ไบคาร์บอเนต 30 กรัม : สารจับใบ 5 มิลลิลิตร : น้ำ 1,000 มิลลิลิตร) นำกระดาษชุบสารละลายเหยื่อพิษผึ่งลมให้แห้งไปวางในแปลงอ้อยบริเวณที่พบการระบาดของตั๊กแตน ให้ครอบคลุมพื้นที่จากขอบบริเวณที่มีการระบาดออกไปเป็นรัศมี 20 เมตร ใช้กับดักเหยื่อพิษในอัตรา 150-200 กับดักต่อไร่เสียบไว้ตามซอกใบอ้อย โดยมีระยะห่างระหว่างกับดักประมาณ 3x3 เมตร และวางกับดักใหม่ทุก 3 วัน
หนอนเจาะลำต้นถั่วเหลือง
2.นำมาบริโภคเป็นอาหาร โดยใช้ไฟส่องและจับในเวลากลางคืน (ห้ามนำตั๊กแตนจากพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมี หรือใช้เหยื่อพิษมาบริโภค)
2.หนอนแมลงวันเจาะถั่วเหลือง - โดยมันจะเข้าทำลายถั่วเหลืองตั้งแต่ระยะต้นกล้า เมื่อตัวหนอนฟักออกมาจากไข่จะชอนไชตามเส้นใบไปที่ก้านใบเพื่อเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อของลำต้นที่บริเวณไส้กลางลำต้น การเข้าทำลายของมันจะทำให้ผลผลิตถั่วเหลืองลดลงมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์
การป้องกันกำจัด : คลุกเมล็ดถั่วเหลืองก่อนปลูกด้วยสารฆ่าแมลงอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูเอสอัตรา 2 กรัมต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม หรือ พ่นด้วยสารฆ่าแมลงไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 50 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน พ่นครั้งแรก เมื่อใบจริงคู่แรกคลี่เต็มที่หรืออายุประมาณ 7-10 วันหลังงอก
โรคราสนิม
3.ราสนิมเข้าทำลายบ๊วย : มักพบกับใบแก่โดยเริ่มแรกพบจุดสีเหลืองเล็กๆกระจายบริเวณผิวหน้าใบ เมื่อพลิกด้านใต้ใบ จะพบกลุ่มเชื้อราสีส้มคล้ายสีสนิม ลักษณะเป็นตุ่มนูน เมื่อตุ่มนี้แตกออกจะเห็นเป็นลักษณะฝุ่นสีน้ำตาลฟุ้งกระจาย เมื่อโรคระบาดรุนแรงจุดจะเชื่อมต่อกันทำให้เป็นแผลทั่วทั้งใบ ใบจะแห้งและร่วงทำให้ตาดอกไม่พัฒนา การติดผลน้อยลง,อาการบนกิ่งพบเป็นจุดนูนสีน้ำตาลกระจายทั่วกิ่ง,กิ่งจะแห้งตาย,อาการบนผลพบเป็นจุดนูนสีน้ำตาลเชื่อมติดกันทำให้เกิดแผลรูปร่างไม่แน่นอน ผลมีตุ่มนูน
การป้องกันกำจัด :
1.ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค รวมทั้งเก็บใบและผลที่เป็นโรคที่ร่วงอยู่ใต้ต้น ไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกเพื่อลดปริมาณเชื้อสะสม
2.พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น ไดฟิโนโคนาโซล+โพรพิโคนาโซล 15%+15% อีซี อัตรา 15-20 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือโพรพิโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซีอัตรา 15 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร เมื่อเริ่มพบการระบาดของโรค



