
เปิดใจ กระบะถูกพ่วงตบ 4ชีวิตรอดแต่ช็อก
พบแล้วผู้เสียหายคลิป กระบะถูกพ่วงตบ ลงข้างทางพังยับ โชคยังดีภรรยาและลูก 2 คนเจ็บเล็กน้อย เผย ประกันแนะไม่ต้องแจ้งความ คู่กรณีบริษัทเดียวกัน รับผิดชอบเคลมซ่อมให้
16 ส.ค. 59 กรณีคลิปวิดีโอ กระบะถูกพ่วงตบ โดยรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ แบบ 2 ตอน ขับเหวี่ยงท้ายหางพ่วงโดนรถยนต์กระบะที่ขับมาบนถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา - กบินทร์บุรี เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา เขตพื้นที่ ม.5 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา จนเสียหลักตกลงไปร่องกลางถนน ซึ่งกล้องหน้ารถคันที่ตามหลังมาบันทึกได้ นำมาเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก หน่อย ช่างแอร์ครับ ก่อนถูกแชร์ไปในสื่อโซเชียล ระบุ
" วันนี้ครับเจอกับตัวเองเลยครับ...เส้นมาจากฉะเชิงเทรามุ่งหน้าไปทางแยกบางคล้า...รถพ่วง 18 ล้อ ชนรถกระบะตกข้างทางแล้วหลบหนี ได้ขับตาม 18 ล้อไป ได้ทะเบียนรถพ่วง ท่านใดรู้จักกับรถกระบะคันนี้ติดต่อมาได้เลยนะครับ น่าสงสารรถกระบะคันนี้มากเลยครับ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างนะครับ... "
ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. นายอนุชาติ สาครสุคนธ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157 ม.7 ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี ผู้เสียหายที่ขับ กระบะถูกพ่วงตบ ลงข้างทาง กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุนั้น (13 ส.ค.) เป็นช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. ได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น ดีแมคซ์ แบบแคป ทะเบียน ปอ 9900 กรุงเทพมหานคร บนเส้นทาง 304 ไม่ได้ขับช้าขวางเส้นทางแต่อย่างใด ใช้ความเร็วอยู่ที่ประมาณ 120 กม./ชม. ในเลนด้านขวา จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปเยี่ยมมารดาช่วงเทศกาลวันแม่ที่บ้าน จ.ปราจีนบุรี โดยขณะเกิดเหตุมีรถบรรทุกขับอยู่ด้านหน้าเลนซ้ายอยู่ 1 คัน
ส่วนรถพ่วงคันที่มาตบรถของตนจนตกถนนนั้น ไม่ทราบว่ามาอย่างไร แต่ทราบจากทางบริษัทประกันภัย ซึ่งอ้างว่ารถบรรทุกคันหน้าเบรก รถพ่วงจึงหักหลบมาทางด้านขวาแล้วท้ายปัดมาโดนรถของตนจนตกร่องกลางถนนพังเสียหายรอบคัน โดยเฉพาะฝั่งด้านซ้ายนั้นยับเยิน ส่วนทางขวามีร่องรอยขีดข่วน
นายอนุชาติ กล่าวว่า ครั้งแรกตนเองก็จะเดินทางเข้าไปแจ้งความต่อทางพนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า แต่ทางฝ่ายของบริษัทประกันภัยนั้นบอกว่า ไม่ต้องไปแจ้งความ เพราะรถทั้งสองคันได้ทำประกันภัยไว้กับบริษัทเดียวกัน และได้โทรศัพท์ให้คู่กรณีมารับผิดชอบให้แล้ว โดยได้รับเคลมประกันซ่อมให้ทั้งคัน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าประกันเขารู้ได้อย่างไรว่าคันไหนก่อเหตุชนรถตน
“อยากบอกกับคนในสังคมโดยเฉพาะคนขับรถบรรทุกว่า อันตรายมาก ถ้าแซงกันอย่างนี้ เพราะไฟเลี้ยวไฟแซงก็ไม่เปิด แตรก็ไม่บีบให้คนที่ใช้ถนนร่วมอยู่รู้ ถ้าคนในรถที่มีเด็กมีคนชรา แล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ดูแลตรงส่วนนี้ด้วย”
นายอนุชาติ กล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุนั้นมีคนนั่งมาในรถรวม 4 คน คือ ตน ภรรยา และบุตรชายวัย 2 ขวบ 1 คน และบุตรสาววัย 4 เดือน 1 คน ต่างพากันตกใจโดยเฉพาะเด็กๆ แทบจะพากันช็อกตายตามกันไป โชคยังดีที่วันนั้นไม่มีใครเป็นอะไร บาดเจ็บร้ายแรง หรือเสียชีวิต มีเพียงลูกๆ ของตนที่ปากแตกเท่านั้น



