
"เชอร์รี่" ผลไม้ยอดประเสริฐ
ผลไม้ต่างมีประโยชน์แตกต่างกันไป "เชอร๊รี่" ผลไม้ผลสีแดงฉ่ำก็ถือเป็นสุดยอดประโยชน์ที่ควรจะรับประทาน
สัปดาห์นี้เราลองมาดูประโยชน์ของเชอร์รี่ดีกว่า เพราะเห็นวางขายอยู่เต็มท้องตลาด บางชนิดก็มีราคาแพง แต่ช่วงนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งนำมาลดราคาทำให้สามารถซื้อหามารับประทานของคุณภาพดีในราคากันเองได้บ่อยขึ้น เพียงครึ่งกิโลละประมาณ 200 บาท เท่านั้น เชอร์รี่เป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ ชอบอากาศเย็นนิยมปลูกกันมากเลยในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปออสเตรเลีย ส่วนในทวีปเอเชียมักจะปลูกในประเทศญี่ปุ่น
เชอร์รี่นั้นมีหลายสายพันธุ์แต่ละพันธุ์ก็อุดมไปด้วยประโยชน์ แต่เชอร์รี่แดงนับเป็นพันธุ์ที่คนนิยมบริโภคมากที่สุด เนื่องจากมีรสชาติหวานจึงรับประทานง่าย แค่รับประทานเพียงแต่เชอร์รี่สดๆ ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรก็อร่อยแล้ว แถมยังนำมาทำขนมได้หลายอย่าง เพราะรสชาติของเชอร์รี่จะช่วยชูโรงขนมนั้นๆ ได้ดีทีเดียว
สิ่งที่ทำให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นที่นิยมมากเพราะนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้วยังมีประโยชน์มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งที่น่าจะถูกใจคุณผู้หญิงก็คงจะเป็นคุณสมบัติที่ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงามเต่งตึง และยังช่วยให้ผิวขาวผ่องขึ้นด้วย เพราะเชอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก จึงช่วยลดริ้วรอยด้วย อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิตดังนั้นเลือดจึงสูบฉีดได้ดีขึ้นทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณสวยงามดูสุขภาพดี เราจึงรู้สึกสดชื่นทุกครั้งเมื่อได้รับประทานเชอร์รี่หวานๆ สดๆ แถมยังพกพาไปไหนได้ง่ายนำใส่กล่องไปได้ทุกที่ ไม่เพียงแต่ผิวสวยแต่เชอร์รี่ยังช่วยทำให้หุ่นดี เพราะช่วยลดไขมัน และมีสารแอนไซโทยานินที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่รักการออกกำลังกายลองหันมารับประทานเชอร์รี่ เพราะเจ้าผลไม้ผลเล็กๆ นี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และยังลดอาการอ่อนล้าหลังการออกกำลังอีกด้วย ส่วนผู้ที่ทำงานหนักจนปวดศีรษะอยู่บ่อยๆ และไม่อยากรับประทานยาแก้ปวดลองหันมาใช้วิธีบำบัดตามธรรมชาติโดยการรับประทานเชอร์รี่แทนดู จะช่วยขนาดหลอดเลือดทำให้เลือดไหลเวียนจึงคลายความปวดศีรษะ และช่วยคลายกล้ามเนื้อด้วยทำให้อาการตึงเครียดหายไป รู้สึกสดชื่น มีความสุขขึ้น ถึงขนาดที่ว่าแพทย์ชาวตะวันตกขนานนามเชอร์รี่ว่า “แอสไพรินธรรมชาติ”
ปกติมิ้งค์จะใช้เชอร์รี่ทำอาหารอยู่เป็นประจำถ้ามีเวลาว่างเชอร์รี่มัฟฟิ่นนี่แหละค่ะเป็นเมนูโปรดเลย สิ่งที่ต้องเตรียมก็มี แป้งอเนกประสงค์ 1 ¾ ถ้วยตวง ผงฟู 2 ¼ ช้อนชา เกลือ ½ ช้อนชา น้ำตาลขาว 1 ถ้วยตวง ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง น้ำมันพืช ½ ถ้วยตวง นม ¾ ถ้วยตวง กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา และที่ขาดไม่ได้เชอร์รี่ 1 ถ้วยครึ่ง อย่าลืมเอาเม็ดออกก่อน ผสมส่วนผสมเข้าด้วยกันในชามขนาดกลางใส่เชอร์รี่เป็นสิ่งสุดท้ายตักใส่ถ้วยกระดาษที่เตรียมไว้ในถาดอบ ตักแค่ประมาณ ¾ ของถ้วยก็พอ ไม่เช่นนั้นเมื่อนำไปอบมัฟฟิ่นจะล้นออกมานอกถ้วย อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 – 25 นาที ทิปส์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะรู้ว่ามัฟฟิ่นสุกหรือยังให้ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มตรงกลางมัฟฟิ่นถ้าไม่มีแป้งเหลวๆ ติดออกมาด้วยก็แปลว่าสุกพร้อมรับประทาน ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าฝีมือเราสู้ร้านแพงๆ ได้เลย ถ้าใครไม่มีเวลาลองทำขนมแบบง่ายๆ เพียงแค่ใช้โยเกิร์ตรสที่ชอบเทใส่ถ้วยหนาสักหน่อยเติมเชอร์รี่ลงไปนำไปแช่แข็งเท่านี้ก็จะได้ของหวานที่มีประโยชน์ และไม่อ้วนไว้รับประทานค่ะ
พูคคุยหรือเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ กับ “มิ้งค์” ได้นะคะ ที่ [email protected] หรือไลน์ natprapa_ch
ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ



