จับ!3กะเทยแสบลักทรัพย์นทท.
จับได้แล้ว! ตำรวจรวบ 3 กะเทยแสบลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อ้างตกงาน
ที่กองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 สิงหาคม 2559 พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.รัฐชยุตม์ วัชรโกมลมาศ รอง ผกก.สายตรวจ รรท.สว.งานสายตรวจ 1 และเจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 1 ร่วมแถลงการจับกุมนายทิตยาภรณ์ หรือน้ำ ชายทวีป อายุ 20 ปี ,นายประทัย หรือออน ใจศิริ อายุ 28 ปี และนายเบญจรงค์ หรือแบม อุบล อายุ 24 ปี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ,เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด ปลอมแปลงเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม” โดยสามารถจับกุมนายทิตยาภรณ์ และนายประทัย ได้บริเวณปากซอยพหลโยธิน 34/2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. และจับกุมนายเบญจรงค์ ได้บริเวณทีเจ การ์เด้น จ.หนองมะค่า อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
พ.ต.อ.จักรเพชร กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นสาวประเภทสอง มีพฤติการณ์ชอบเตร็ดเตร่ขายบริการให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ บริเวณถนนข้าวสารและแยกบางลำภูู ซึ่งเมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้พบกับนายมิคาล มิโรสลาฟ ยาสซิค อายุ 25 ปี สัญชาติโปแลนด์ (ผู้เสียหาย) บริเวณแยกบางลำภูู ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจึงได้เข้าไปทำทีตีสนิทและเชิญชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณี แต่ผู้เสียหายปฏิเสธ กลุ่มผู้ต้องหาเลยไม่พอใจจึงแกล้งทะเลาะกัน เมื่อผู้เสียหายเผลอจึงแอบดึงบัตรเครดิตการ์ด(บัตรวีซ่า)ของผู้เสียหายไป แล้วนำไปใช้รูดสินค้าที่ห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส สาขาเสนานิคม ถนนพหลโยธิน รวมเป็นเงิน 35,000 บาท
พ.ต.อ.จักรเพชร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบนายทิตยาภรณ์ เคยมีหมายจับในข้อหาชิงทรัพย์ ในพื้นที่สน.ชนะสงคราม นอกจากนี้สาเหตุที่กลุ่มผู้ต้องหาเลือกชาวต่างชาติ เพราะเนื่องจากชาวต่างชาติไม่คุ้นเคยกับประเทศไทย เมื่อเกิดเหตุก็จะไม่มาแจ้งความ หรือเมื่อมาแจ้งความพอเรื่องถึงชั้นศาลมีการสอบผู้เสียหาย ปรากฎว่าผู้เสียหายเดินทางกลับประเทศไปแล้ว เป็นเหตุให้ศาลอาจจะทำการยกฟ้องได้ ผู้ต้องหาก็จะหลุดจากคดี
นายทิตยาภรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจากตกงาน จึงตัดสินใจมาค้าประเวณีบริเวณถนนข้าวสาร โดยทำมาระยะเวลา 2 เดือน ค่าบริการ 1,000-2,000 บาท ภายหลังการค้าประเวณียากขึ้นไม่ค่อยมีลูกค้าจึงตัดสินใจก่อเหตุ ทำมาแล้ว 5 ครั้ง แต่มีการรูดบัตรไปแล้วจำนวน 9 ครั้ง สำหรับเคสนายมิคาล ชาวโปแลนด์นั้น ตนได้ชักชวนให้มาใช้บริการแต่นายมิคาลปฏิเสธ ซึ่งในมือนายมิคาลถือกระเป๋าอยู่ เกิดความโลภเพราะต้องการใช้เงิน จึงได้พยายามชักชวนอีกครั้ง จนเป็นเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาทและมีการลงไม้ลงมือก่อนที่จะชิงทรัพย์และหนีไป อย่างไรก็ตามเหตุที่เลือกถนนข้าวสารเนื่องจากมีชาวต่างชาติจำนวนมาก จะเลือกชาวโปแลนด์และชาวจีนในการให้บริการ โดยภายหลังให้บริการแล้วตนจะขอเงินหรือขอให้ผู้ใช้บริการซื้อของใช้ เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ก็จะซื้อให้หรือให้บัตรเครดิตมารูดใช้ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตนได้ประกอบอาชีพขายเครื่องสำอาง และรู้จักกับนายประทัยกับนายเบญจรงค์ จึงได้ชักชวนมาร่วมค้าประเวณี
“อยากขอโทษในสิ่งที่กระทำลงไปเกิดจากความโลภ ทำไปโดยไม่คิด และอยากฝากถึงคนที่กระทำดังกล่าวนั้นไม่ให้กระทำอย่างตน แม้จะตกงานแต่ก็ควรจะทำอาชีพทีสุจริต ขอโทษที่ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสาวประเภทสอง” นายทิตยาภรณ์ กล่าว



