
แค่นาทีเดียว!!ทุบกระจกรถบีเอ็มฉกทรัพย์
คนร้ายทุบกระจกรถบีเอ็มเจ้าของร้านขายวัสดุก่อสร้างกลางเมืองกระบี่กวาดเงินสด2หมื่นบาททรัพย์สินหลายรายการวงจรปิดบันทึกภาพใช้จยย.สองคันขับก่อนลงมือแค่นาทีเดียว
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2559 ร.ต.อ.นิวัติ ทิมเกตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวน สภ.เมืองกระบี่เข้าตรวจสอบที่ร้านทรายแสงศิริกระบี่ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอิฐหินปูนทรายและวัสดุก่อสร้าง ตั้งอยู่เลขที่46 ถ.มหาราช ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ หลังรับแจ้งเหตุคนร้ายทุบกระจกรถเก๋งและกวาดทรัพย์สินไปหลายรายการ
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ทะเบียน กข5679 ภูเก็ต จอดอยู่หน้าร้านติดไฟกระพริบไว้ ตรวจสอบบริเวณกระจกข้างเบาะนั่งคนขับรถพบกระจกแตกละเอียดมีเศษกระจกกระจายกองบนพื้นถนนและที่บนเบาะนั่งจำนวนมาก
จากการสอบสวน นางอังคณา ประสิทธิ์ชนะ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านผู้เสียหายทราบว่า มีทรัพย์สินภายในรถหายไปประกอบด้วย เงินสดจำนวนกว่า 20,000บาท แท็บเล็ตจำนวน 1 เครื่อง สมุดเช็คธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต รวมประมาณ 10 ใบ และเอกสารอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าที่วางอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับเหลือเพียงเหรียญจำนวนประมาณ 500 บาท ที่วางในตะกร้าเบาะหลัง
ผู้เสียหายให้การว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า เวลาประมาณ 05.40 น. ขณะตนได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจากตลาดสดมาจอดตรงหน้าร้านและเดินไปเปิดประตูด้านข้างซ้ายก่อนหยิบตะกร้าใส่ของออกมาแล้วเดินเข้าไปนั่งในร้าน ครู่ต่อมาได้ยินเสียงดังปังเข้าใจว่าเสียงจากรถมาเก็บขยะแต่ได้ยินเสียงหมาเห่าผิดสังเกต จึงออกมาดูที่รถพบว่ากระจกรถถูกทุบแตกแล้วและเมื่อตรวจสอบภายในรถพบทรัพย์สินภายในรถหายไปดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ด้านข้างสำนักงานพบว่า ในเวลาประมาณ 05.47 น. ได้มีรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ซึ่งมองเห็นไม่ชัดเจน มีคนนั่งซ้อนท้ายกันมาคันละ 2 คน ขับผ่านมาหน้าร้านและชะลอรถคล้ายมาดูลาดเลา จากนั้นในช่วงเวลา 05.48 รถ จักรยานยนต์ทั้งสองคันก็ได้ขับวนมาอีกรอบ ก่อนที่คันหน้าได้ขับมาชะลอข้างประตูรถเก๋งคันดังกล่าว จากนั้นคนนั่งซ้อนท้ายก็ใช้วัสดุบางอย่างทุบกระจกรถแตกก่อนกวาดทรัพย์สินและขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาประมาณ 1 นาที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่า ภาพวงจรปิดของร้านยังไม่สามารถมองเห็นใบหน้าคนร้ายที่ชัดเจนได้แต่คาดว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะรู้จักกับเจ้าของร้านและรู้ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดีซึ่งจากการสอบถามผู้เสียหายทราบว่า ก่อนหน้านี้มีคนงานภายในร้านได้ลาออกไป 1 คนโดยไม่บอกกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจากโรงแรมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเพื่อดูภาพคนร้ายที่ชัดเจน รวมทั้งติดตามตัวคนงานต้องสงสัยมาสอบปากคำ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป



