ข่าว

ตลกไร้ราก

ตลกไร้ราก

16 ส.ค. 2559

คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ตลกไร้ราก : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

        นอกเหนือจากบทพระราชนิพนธ์ที่กล่าวเอาไว้ว่า “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” แล้ว คนทั้งโลกได้รับรู้เกี่ยวกับคนไทยอีกมุมมองหนึ่งก็คือ คนไทยส่วนใหญ่เป็นคนที่มีนิสัยง่ายๆ รักสนุกและไม่เก็บเอาอะไรมาเป็นปัญหาใส่ตัว จึงทำให้มีคำพูดของชาวต่างชาติล้อเลียนกันว่า “โน พลอบเบรม” นั่นเอง

        และนอกเหนือไปจากความเป็นคนที่มีดนตรีในหัวใจแล้ว คนไทยยังเป็นคนที่ชอบและมีอารมณ์ขันแฝงอยู่ในสายเลือดอีกด้วย ดังจะเห็นได้ว่าแม้เพลงพื้นบ้านแต่โบร่ำโบราณนานมา หรือแม้แต่การละเล่นการแสดงใดๆ ก็ดีก็ย่อมที่จะต้องมีอารณ์ขันสอดแทรกอยู่เสมอ

        ร้านอาหาร สวนอาหาร ของไทยในยุคหนึ่งก็ต้องมีตลกหรือคณะตลกมาเล่น ให้คนที่เข้าไปรับประทานอาหารชมสลับกับนักร้องดังๆ และวงดนตรี เวลาต่อมาก็ถึงยุคของร้านหรือภัตตาคารประเภทที่เรียกกันว่า คาเฟ่เฟื่องฟู คณะตลกต่างๆ เกิดขึ้นเป็นร้อยๆ คณะ มีการแสดงตลกให้คนที่เข้าไปอุดหนุนดื่มกินชมลีลาตลกตั้งแต่หัวค่ำจนยันค่อนเช้า

        มุกตลกของศิลปินตลกในประเทศไทยมีแตกต่างกันออกไปตามสมองและวุฒิภาวะของคนแสดง ตลกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกับคนชมหรือกับสังคมมากที่สุด คือตลกประเภทที่เก็บเอาปมด้อยของผู้ชมหรือของคนอื่นมาล้อเลียน หรือตลกที่เก็บเอาประเด็นทางศาสนาและสังคมไปเล่นโดยไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ดูปฏิกิริยาตอบสนองของคนดู คนแสดงตลกที่ไร้วุฒิภาวะจำนวนมาก ชอบเอาเรื่องของเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของคนในชาติและชาติเพื่อนบ้านมาล้อเลียน จนทำให้เกิดปัญหาบ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยหลาบจำกัน

        เรื่องของตลกนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่นักแสดงตลกเท่านั้น แม้แต่คนระดับปัญญาชนที่ทำหน้าที่สร้างสรรค์งานโฆษณาจำนวนมาก ก็ยึดถือเอาแนวทางตลกมาเป็นจุดสร้างความสนใจในงานโฆษณา ดังจะเห็นได้จากชิ้นงานจำนวนมากทั้งในอดีตและแม้แต่ปัจจุบัน ที่นำเอาแนวความตลกมาเป็นจุดสร้างความสนใจ โดยไม่คิดว่าสินค้านั้นๆ ต้องการความมั่นใจ หรือต้องการความรู้ด้านเทคโนโลยีทันสมัยมากกว่า

        ศิลปินหลายคนที่สามารถหาเงินและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ได้จากการแสดงตลกหน้าไมโครโฟนบนเวที ทั้งที่เป็นการแสดงตลกโดยจับเอาปมด้อยของคนที่เสียเงินเข้าไปดูมาล้อเลียน คนดูคนอื่นก็สนุกสนานเฮฮาไปกับมุกตลกถากถางเพื่อนผู้ชมด้วยกัน บางมุกก็เสียดสีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น ที่นักแสดงตลกผู้นั้นเคยไปอาศัยทำมาหากินด้วยซ้ำไป จนผู้คนจำนวนมากเริ่มเอือมระอากับนักแสดงตลกพวกนี้มากขึ้น และกลายเป็นประเด็นพูดคุยกันมากขึ้นเมื่อพาดพิงถึงบุคคลระดับนำของประเทศ

        นักแสดงตลกที่ควรชมเพื่อเอาเป็นเยี่ยงอย่างในยุคก่อนเช่น ล้อต๊อก หรือ สวง ทรัพย์สำรวย เพราะตลกได้ด้วยพรสวรรค์ของตนเองโดยไม่ต้องไปเสียดสีใคร หรือในยุคนี้ต้องยกให้ โย่ง, พวง, นงค์ ตลกที่รู้จักกันในนามจำอวดหน้าม่าน ที่ตลกแบบรักษาและอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีของไทยได้ดี ซึ่งยังมีนักแสดงตลกอีกมากที่สามารถสร้างความขบขันเฮฮาให้ผู้เข้าชมโดยไม่ต้องไปทำให้ผู้อื่นได้รับความอับอาย ต่างไปจากตลกชั้นต่ำที่เอาปมด้อยของคนอื่นมาล้อเลียนหาเงินเข้ากระเป๋าของตนเอง ตลกจำพวกนี้เขาเรียกกันว่า “ตลกไร้ราก” มีแต่ทำลายมิตรสร้างศัตรูมากกว่าจะสร้างสรรค์ครับ