ดึงเกษตรกร4จว.ลงพื้นที่ต่ำ ปลูกพืชผสมฯ แก้บุกรุกป่า!
ก.เกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาปลูกข้าวโพดบุกรุกพื้นที่ป่า ดันเกษตรกร4จว.สู่มาตรฐาน GAP นำร่อง 5 หมื่นไร่ ตั้งเป้าล้านไร่ใน 5 ปี พร้อมดึงลงพื้นที่ต่ำปต่ำปลูกพืชผสมผสาน
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งของไทย ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 7.8ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย 4.1 ล้านไร่ และปลูกในพื้นที่เขตป่าไม้อีกประมาณ 3.7 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดน่าน เชียงราย เลย เพชรบูรณ์ และตาก เป็นต้น จากปัญหาดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ มกอช. เร่งประสานความร่วมมือกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สภาเกษตรกรแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย และสมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพันธุ์พืชไทย เพื่อวางมาตรการแก้ไขปัญหาพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบ เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า/เขาหัวโล้นตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
โดยมาตรการหนึ่งที่สำคัญในการกระตุ้น และจูงใจเกษตรกรลดการบุกรุกพื้นที่ป่า หันมาปลูกข้าวโพดในพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย กระทรวงเกษตรฯ โดย มกอช.ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อผลักดันและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าเกษตรเรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับข้าวโพดเมล็ดแห้ง (GAP) พร้อมส่งเสริมให้นำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ในการผลิตอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายรายยื่นมือเข้าช่วยแก้ไขปัญหาพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เช่น บริษัท ซี.พี., เบทาโกร ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ส.ป.ก. กรมส่งเสริมการเกษตร รวมถึงสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ โดยมีการอบรมทั้งการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มปริมาณผลผลิต รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับการรับรองมาตรฐาน GAP ด้วย โดยในปีนี้ ส.ป.ก. ได้มีการตรวจรับรองมาตรฐาน GAPข้าวโพดแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งการตรวจรับรองสามารถตรวจได้ในช่วงผลิตเท่านั้น ดังนั้น ส.ป.ก. จะสามารถรับรองได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง เดือนธันวาคม ซึ่งข้าวโพดจะเก็บเกี่ยวหมดพอดี
ขณะเดียวกัน ยังได้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดกับทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยและภาคเอกชนด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับราคาผลผลิตข้าวโพดจากแปลง GAP เพิ่มสูงขึ้น และทำให้เกษตรกร GAP มีโอกาสทางการตลาดและได้ราคาดีกว่าเกษตรกรทั่วไป
สำหรับแผนดำเนินการในปี 2560 กระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งเป้าผลักดันเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ถูกกฎหมายเข้าสู่มาตรฐาน GAP นำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครราชสีมา สระบุรี และลพบุรี รวมกว่า 5 หมื่นไร่ เกษตรกร 3,000-4,000 ราย โดย ส.ป.ก.สามารถรับรองได้ 2.5 หมื่นไร่ และภาคเอกชน ประมาณ 2 หมื่นไร่ ภายใน 5 ปีหรือปี 2564 คาดว่าจะตรวจรับรองแปลงปลูกข้าวโพดตามมาตรฐาน GAP ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 ล้านไร่ ดังนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตรวจรับรองและสามารถดำเนินการได้ทันกับความต้องการของเกษตรกร ที่นอกจากการดำเนินการโดยหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ส่วนหนึ่งแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ได้มีแผนเร่งถ่ายโอนภารกิจการตรวจรับรองมาตรฐาน GAP ข้าวโพดเมล็ดแห้งให้แก่หน่วยรับรองภาคเอกชน เช่น บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น โดยเร็วต่อไป



