ข่าว

ลอยแพผู้แสวงบุญ22คนแซะจ่ายเงินให้บริษัทไม่ครบ

ลอยแพผู้แสวงบุญ22คนแซะจ่ายเงินให้บริษัทไม่ครบ

16 ส.ค. 2559

กลุ่มผู้แสวงบุญในพื้นที่สงขลา-ปัตตานี 22 คน ถูกลอยแพไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้ บริษัทผู้ประกอบการเผยแซะหรือผู้นำกลุ่มจ่ายเงินไปครบ

           เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 15ส.ค. ที่สภ.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่งจ.สงขลา ได้มีกลุ่มผู้แสวงบุญหรือฮุจญาจจำนวน 4 คน จากทั้งหมด 22 คนทั้งในพื้นที่จ.สงขลาและจ.ปัตตานีได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ ปาณียะ สารวัตรสอบสวน หลังจากที่ได้เดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ตั้งแต่เวลา8โมงเช้าของวันนี้่โดยขนทั้งสัมภาระรวมทั้งญาติอีกนับร้อยคนที่เดินทางด้วยรถบัส2คันและรถยนต์ส่วนตัวพากันมาส่ง แต่ปรากฏว่ารอจนกระทั่งบ่าย2โมงก็ยังไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ รวมทั้งไม่สามารถติดต่อกับแซะหรือผู้นำกลุ่มที่จะพาเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้หลังจากที่นัดหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเชื่อว่าอาจมีปัญหาหรือถูกหลอกจึงได้พากันมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.คลองหอยโข่ง4คน ส่วนที่เหลือกระจายไปแจ้งตามโรงพักต่างๆที่มีภูมิลำเนาอยู่

           นางดารีเย๊าะ โต๊ะเกมชาวอ.จะนะ จ.สงขลา เปิดเผยว่าในวันนี้มีกลุ่มผู้แสวงบุญจากอ.จะนะ อ.เทพา และจากจ.ปัตตานี จำนวน22คน ได้เดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินหาดใหญ่ซึ่งเป็นกลุ่มที่สมัครไปประกอบพิธีฮัจย์กับ นายราเมศ อนันทบริพงศ์ หรือฮัจยีฟัตตะ ชาวอ.เทพา จ.สงขลาซึ่งเป็นแซะหรือผู้นำกลุ่ม โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางคนละ2แสน5พันบาทซึ่งจ่ายไปหมดแล้ว โดยตนไปพร้อมกับสามีและจ่ายไปครบแล้วเป็นเงิน4แสน1หมื่นบาท

           นางดารีเย๊าะ กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ได้ติดต่อกับ นายราเมศและยืนยันว่าเดินทางได้แน่นอนและมีการนัดหมายให้มาพบกันที่สนามบินหาดใหญ่ในเวลา8โมงเช้าวันนี้ แต่ปรากฏว่ากลับรอเก้อตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่ายไม่สามารถเดินทางได้ และไม่สามารถติดต่อ นายราเมศ หรือฮัจยีฟัตตะได้ มีเพียงภรรยา ของนายฟัตตะ ที่เดินทางมาด้วยและเป็นหนึ่งใน22คนที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์กลุ่มนี้ด้วยและถึงกับเป็นลมล้มพับต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากเครียดที่ถูกสอบถามถึงปัญหาที่เกิดเหตุขึ้นแต่ไม่สามารถติดต่อสามีหรือให้คำตอบใดๆได้จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คลองหอยโข่ง4คนส่วนที่เหลือทยอยเดินทางกลับและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่

           นางดารีเย๊าะ กล่าวว่า เสียใจมากที่ไม่สามารถเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ได้เพราะเก็บเงินมาตลอดชีวิตโดยสมัครมาตั้งแต่ปี2556และต้องการให้แซะนำเงินทั้งหมดมาคืนจะไม่เอาเรื่องเพื่อเตรียมเดินทางไปในปีถัดไป
 
           อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังบริษัทที่นำผู้แสวงบุญกลุ่มนี้ไปประกอบพิธีฮัจย์ซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้รับการยืนยันว่า ทั้ง22คนมีกำหนดเดินทางไปแสวงบุญโดยขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา21.30น.คืนนี้และทุกขั้นตอนเรียบร้อยหมดแล้วทั้งเรื่องของวีซ่าและที่พัก แต่ปัญหาติดอยู่ที่แซะเนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงินที่เรียกเก็บมาจากผู้แสวงบุญทั้ง22คน ซึ่งต้องชำระให้กับบริษัททั้งหมด2ล้าน7แสนบาท แต่จ่ายมาเพียง9แสน5หมื่นบาท และยังค้างอยู่อีก1ล้าน7แสน5หมื่นบาทซึ่งเงินในส่วนที่ค้างอยู่ทางบริษัทได้สำรองจ่ายไปก่อนแล้วเพื่อดำเนินการให้ผู้แสวงบุญทั้ง22คนได้เดินได้ตามกำหนดในวันนี้

           แต่ปรากฏว่าแซะกลับหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้และปล่อยลอยแพผู้แสวงบุญอยู่ที่สนามบินหาดใหญ่ทั้งนี้หากผู้แสวงบุญทั้ง22คนต้องการที่จะเดินทางจะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัทคนละ1แสนบาท ซึ่งเป็นเงินส่วนต่างที่บริษัทได้ชดเชยไปให้ก่อน และให้ไปเคลียร์หรือฟ้องร้องกลับจากแซะทีหลังเพราะทางบริษัทไม่สามารถแบกรับภาระขาดทุนเกือบ2ล้านบาทที่แซะค้างจ่ายได้ หรืออีกกรณีคือแซะต้องมาเคลียร์ปัญหาเรื่องเงินที่ค้างจ่ายกับบริษัทให้จบ

           อย่างไรก็ตามทางบริษัทยืนยันว่าแม้ว่าในวันนี้จะเดินทางไม่ได้แต่หากแซะหรือผู้แสวงบุญเคลียร์ปัญหาเรื่องเงินได้ก็ยังสามารถเดินทางได้อีกในวันที่18และ25สิงหาคม นี้