ข่าว

ลงทะเบียนคนจน 5.3 ล้านเร่งเข็นมาตรการอุ้ม

ลงทะเบียนคนจน 5.3 ล้านเร่งเข็นมาตรการอุ้ม

16 ส.ค. 2559

ยอดลงทะเบียนคนรายได้น้อย 5.3 ล้านคน ชี้ปัญหาส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบ คลังเตรียมวิเคราะห์ข้อมูลเข็นมาตรการช่วยเหลือให้โดนใจมากที่สุด

               นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงการคลังเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2559 ปรากฏว่ามีผู้มาลงทะเบียนทั้งสิ้น 5.3 ล้านคน จากผู้มีคุณสมบัติเข้าข่ายผู้มีรายได้น้อยประมาณ 10 ล้านคนทั่วประเทศ โดยขั้นตอนต่อไปสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนทั้งอายุ อาชีพ สินทรัพย์ และรายได้มาประมวลผล วิเคราะห์ปัญหา รวมถึงความต้องการของประชาชนก่อนหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจเกี่ยวกับการออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด

               “จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ของผู้ที่มาลงทะเบียนคือ หนี้นอกระบบ ไม่มีเงินฝากและไม่มีสินทรัพย์ ซึ่งกรมสรรพากร กรมบัญชี และธนาคารรัฐ 3 แห่ง คือ ออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และธนาคารกรุงไทย จะวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับว่าประชาชนต้องการให้แก้ปัญหาใดมากที่สุด รัฐบาลจะออกมาตรการมาดูแลให้โดนใจประชาชนจริงๆ” นายสมชัยกล่าว 

               ทั้งนี้จะต้องรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยว่า ข้อมูลที่ได้มาเพื่อหารือในเชิงนโยบาย ส่วนจะมีการขยายระยะเวลาหรือเปิดรับลงทะเบียนในปี 2560 หรือไม่ คงต้องประเมินภาพรวมและพิจารณาข้อมูลที่ได้รับจากการลงทะเบียนครั้งนี้ก่อน

               สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งและมาตรการเพิ่มขีดความสามารถภาคการเกษตรนั้น ข้อมูลล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2559 มีการเบิกจ่ายเงินกู้ตามโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งปี 2558/2559 จำนวน 1,922 ล้านบาท ให้แก่เกษตรกร 162,569 ราย ขณะที่กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ปัจจุบันมีสมาชิก 432,659 คน และโครงการบ้านประชารัฐจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2559 มีการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2 ราย วงเงิน 65 ล้านบาท

               นายสมชัยกล่าวต่อว่า กระทรวงการคลังได้จัดทำหนังสั้น ชุด “ลุงวากับฟ้าใส” เพื่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของกระทรวงการคลังผ่านมุมมองของลุงและหลาน โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงการ นโยบายของกระทรวงการคลังมากที่สุด โดยตั้งเป้าจะนำเสนอหนังสั้นผ่านสื่อทุกรูปแบบในช่องทางต่างๆ ของกระทรวง และในอนาคตจะประสานหน่วยงานพันธมิตร เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไป