
พายุถล่ม!ปากน้ำเสาไฟฟ้าล้ม30ต้นทับรถกว่า30คัน
พายุถล่ม!สมุทรปราการเสาไฟฟ้าล้มกว่า30ต้นทับรถยนต์ที่สัญจรไปมาเสียหายกว่า30คัน ศภช.เตือน'ตาก-อุตรดิตถ์-แพร่'เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
เมื่อเวลา15.30น. วันที่ 15 สิงหาคม2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุพายุพัดมีเสาไฟฟ้าล้มหลายสิบต้นล้มลงมาทับรถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาได้รับความเสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดภายในซอยธนสิทธิ์ ถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่14ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุได้พบเสาไฟฟ้าที่มีความสูงประมาณ 12 เมตรตั้งอยู่ริมถนนกว่า 30 ต้น ล้มลงมาเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และทับรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาได้รับความเสียหายรวม 32 คัน เป็นรถยนต์จำนวน 30 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คันนอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถูกเสาไฟฟ้าล้มใส่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 รายชื่อนายอาทิตย์ หมื่นเทพ อายุ37ปี ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ความช่วยเหลือส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว ขณะเดียวกันภายในซอยที่เกิดเหตุมีหมู่บ้านจัดสรรและโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่จำนวนมากได้รับผลกระทบไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ และไม่สามารถเข้าออกภายในซอยดังกล่าวด้วยยานพาหนะได้ ต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า4ชั่วโมงน่าจะสามมารถเคลียร์พื้นที่และเปิดการจราจรได้
นายวรวุฒ สกัดกลาง อายุ26ปี คนขับรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน1ฒฎ6018กทม.ที่ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับหลังคาจนหวิดเอาชีวิตออกมาไม่รอด ได้เล่านาทีระทึกว่า ขณะตนกำลังจะขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าวนั้นพบว่ามีพายุฝนและลมตกลงมาอย่างหนักจากนั้นไม่นานเสาไฟฟ้าได้เริ่มล้มลงมาที่ละต้นคล้ายแผงโดมีโน่และดึงเสาไฟฟ้าต้นอื่น ๆ ล้มลงมาเป็นแถบ ตนเห็นท่าไม่ดีจึงได้รีบเปิดประตูรถวิ่งหนีออกมาก่อนที่เสาไฟฟ้าจะล้มลงมาทับที่หัวเก๋งช่วงที่คนขับนั่งอยู่โชคดีที่ตนเปิดประตูหนีออกมาก่อนจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นการจราจรภายในซอยดังกล่าวเอาไว้พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าออกภายในซอยดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้อยู่ระหว่างการเก็บกู้คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า4-5 ชั่วโมง น่าเคลียร์พื้นที่ได้บางส่วนและจ่ายไฟฟ้าให้กับชาวบ้านได้ใช้เป็นการชั่วคราว ซึ่งคาดว่าในคืนนี้ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าน่าจะเข้าแก้ไขสถานการณ์ในจุดที่เกิดเหตุให้อยู่ในสภาพเดิมได้
เสาไฟฟ้าในนิคมบางปูล้มเกือบสิบต้น
เมื่อเวลา 16.00 น. ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมกรรโชคแรง ทำให้เสาไฟฟ้าภายในซอยนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย2ซี ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ล้มระเนระนาด จำนวน 6 ต้น ลงมาขวางถนนเส้นทางดังกล่าว ทำให้รถบัสที่เข้าไปรอรับคนงานที่ไปจอดรอรับคนงานส่งกลับบ้านไม่สามารถวิ่งออกมาได้ ทางด้านนิคมอุตสาหกรรมบางปูได้แจ้งประสานไปทางเจ้าที่การไฟฟ้านครหลวงสมุทรปราการ ให้มาตัดกระแสไฟฟ้า เกรงว่าจะเป็นอันตรายแก่ชาวบ้านที่ผ่านไปมา
ขณะเดียวกันโรงงานในละแวกใกล้เคียงได้รับผลกระทบไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอยู่ระหว่างเคลียร์เสาไฟฟ้าที่หักโค่นลงมาให้พ้นเส้นทางผิวการจราจรก่อนทำการเชื่อมกระแสไฟฟ้าชั่วคราวให้โรงงานที่ได้รับผลกระทบได้มีกระแสไฟฟ้าใช้ และคาดว่าน่าจะทำการแก้ไขแล้วเสร็จภายในคืนนี้
ศภช.เตือน'ตาก-อุตรดิตถ์-แพร่'เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้ง ในวันที่ 15-17 ส.ค.59 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ อ.ร้องกวาง และ อ.สอง จ.แพร่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวโปรดระวัง หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ศภช.จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
กรมอุตุเตือนอากาศแปรปรวนให้ระวัง
ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ โดยในช่วงวันที่ 18-21 ส.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีคลื่นสูง 2-4 เมตรข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 18-21 ส.ค.ขอให้ประชาชนในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดสัปดาห์นี้ไว้ด้วย
ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาว เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งเกาะฮ่องกง ประเทศจีน จะเคลื่อนที่เข้ามาปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประเทศเวียดนามและลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง ตลอดสัปดาห์
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 19-21 ส.ค. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค. มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง มีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม. /ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม. /ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม. /ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 4 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม. /ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส



