ข่าว

ยิงหัวหนุ่มนิรนามลักตัดปาล์มดับคาสวน

ยิงหัวหนุ่มนิรนามลักตัดปาล์มดับคาสวน

15 ส.ค. 2559

จ่อยิงหัวชายนิรนามดับกลางสวนปาล์ม คาดเจ้าของสวนลงมือหลังเข้าไปลักตัดปาล์มบ่อยครั้ง 

               เวลา 14.00 น. วันที่ 15 ส.ค.59 พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง สารวัตร (สอบสวน) สภ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งพบศพที่ หมู่ที่ 18 ต.นาพญา พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภินันท์ โกศัลวิตร ผกก. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่เกิดเหตุ
               บริเวณที่เกิดเหตุในสวนปาล์มขนาดใหญ่หลายพันไร่ ในซอยย่านยาว บ้านบางมั่น ริมถนนในซอยดังกล่าว พบศพชายไทยไม่ทราบชื่อนอนเสียชีวิต สภาพศพนอนหงายสวมเสื้อยืดสีเหลืองแบบเสื้อทีมฟุตบอลสโมสรบาเซโลนา สวมกางเกงฟุตบอล ที่คอสวมสร้อยลูกประคำ มีเหรียญรุ่นยอดนิยมห้อยคออยู่ สภาพศพส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ พลิกศพเบื้องต้น พบว่า สภาพศพเริ่มเน่า มีหนอนไต่ยั้วเยี้ย ด้านหลังมีรอยกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 8 รู ส่วนที่ศีรษะด้านหลังมีสภาพเละเต็มไปด้วยหนอน มีบาดแผลรูกระสุนปืนลูกซองจำนวนหนึ่ง ในที่เกิดเหตุมีรอยเลือดจากริมถนนเข้ามาที่จุดพบศพ แต่จากสภาพศพเป็นลักษณะของคนตัดปาล์มชัดเจน
               จากการสอบสวนได้ความว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ นายประยูร เพ็งทะลุง อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ซ.ลาดพร้าววังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. เจ้าของสวนปาล์มที่พบศพ ให้การว่า ในขณะที่คนงานตัดปาล์มกำลังจะเข้าไปตัดปาล์มในสวน พบศพนอนหงายส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
               ตำรวจสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีพฤติกรรมเข้ามาในสวนปาล์มหลายครั้ง ทำให้เจ้าของสวนปาล์มที่เสียหายซุ่มดูพฤติกรรมของผู้ตาย จนกระทั่งประมาณ 3 วันที่ผ่านมา พบเห็นผู้ตายเข้ามาทำพฤติกรรมดังกล่าวอีก จึงออกมาจากที่ซุ่ม ผู้ตายรีบวิ่งหนีเข้าไปในสวนปาล์มของนายประยูร เจ้าของสวนปาล์มที่ถูกลักตัดบ่อยครั้งจึงใช้อาวุธปืนลูกยิงใส่ผู้ตาย 1 นัด กระสุนพุ่งเข้าด้านหลัง กระทั่ง ผู้ตายวิ่งหนีไปล้มลงในสวนปาล์มของนายประยูร คนร้ายตามไปแล้วยิงซ้ำที่หัวของผู้ตายอีก 1 นัด จนเห็นว่าตายสนิทแล้วจึงหลบหนีไป แต่เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นสวนปาล์มหลายพันไร่ มีเจ้าของสวนปาล์มหลายราย อยู่ห่างไกลจากชุมชน ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่ใกล้เคียง จึงทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงปืน
               มีรายงานว่า  ล่าสุดยังไม่มีญาติของผู้ตายมาแสดงตัวแต่อย่างใด แต่ตำรวจมั่นใจว่า เป็นผู้ที่ในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร แต่อาจจะอยู่ห่างจาก ต.นาพญา จึงทำให้ญาติยังไม่ทราบ ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามหาญาติ และคลี่คลายคดีต่อไป