
ไทยจับมือมาเลย์คุมเข้มพรมแดนเบตง
ไทยจับมือมาเลย์คุมเข้มรถเข้าออกชายแดนละเอียดยิบ หลังทางการไทยขอความร่วมมือตรวจสอบโทรศัพท์ที่ใช้ก่อเหตุบึ้มในพื้นที่ภาคใต้
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2559 นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง จ.ยะลา สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ อ.เบตง ประสานเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง และประสานความร่วมมือกับทางการมาเลเซีย เพื่อวางมาตรการป้องกัน เหตุความไม่สงบในระยะนี้เป็นกรณีพิเศษ พร้อมให้ตรวจสอบบุคคลเป้าหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายแอบแฝง ลักลอบเข้าพื้นที่ก่อเหตุความรุนแรง จนอาจสร้างความเสียหายชีวิตทรัพย์สินคนในพื้นที่ได้
แหล่งข่าวระบุว่า สื่อท้องถิ่นในประเทศมาเลเซียอ้างว่า ทางการไทยได้ขอความร่วมมือจากประเทศมาเลเซียในการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือที่พบในที่เกิดเหตุในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งระเบิดโยงจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย โดยได้รายงานว่าโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัยมาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งโทรศัพท์มือถือบางส่วนถูกทำลายในการระเบิด แต่มีส่วนหนึ่งที่สามารถตรวจสอบได้กับระบบสื่อสารหมายเลขประจำคณะกรรมาธิการมัลติมีเดียประเทศมาเลเซียได้
จากกรณีดังกล่าวส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ได้มีมาตรการตรวจเข้มด่านพรมแดน ซึ่งในการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะทุกชนิดที่ออกเข้าประเทศมาเลเซีย เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นภายในรัฐต่าง ๆ ของประเทศมาเลเซีย หลังจากกลุ่มสมาชิกที่ก่อเหตุในประเทศไทย ที่อาจจะแฝงตัวหลบหนีเข้ามาในประเทศมาเลเซียได้
เช่นเดียวกับที่บริเวณด่านพรมแดนเบตง ปรากฎว่า มีการตรวจเข้มบุคคลและยานพาหนะทุกชนิด ที่ผ่านเข้าออกระหว่าง2ประเทศเช่นกัน ทั้งการตรวจเข้มหนังสือเดินทาง และยานพาหนะทุกชนิด โดยเฉพาะรถยนต์และรถ จยย.ที่ติดแผ่นป้ายประเทศมาเลเซีย พร้อมใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่รัฐเปรัค ให้ประสานมายัง นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง หากพบสิ่งผิดปกติ
นอกจากนี้ นายอำเภอเบตง ยังได้กำชับให้หน่วยกำลังในพื้นที่อย่าประมาทต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้มีการตั้งด่านลอยและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลนอกพื้นที่ รวมถึง ยานพาหนะทุกชนิดที่เข้าออกเมืองเบตงและผ่านเข้ามาจากประเทศมาเลเซียด้วย หลังหน่วยข่าวแจ้งเตือนระบุ ในวันที่31สิงหาเป็น วันสถาปนา“เบอร์ซาตู” หลังแหล่งข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ พบความเคลื่อนไหวกลุ่มแนวร่วมRKK (นักรบBRN)ในพื้นที่พยายามที่จะสร้างสถานการณ์เนื่องจากในวันที่31ส.ค.ของทุกปี ตรงกับวันชาติของประเทศมาเลเซีย หรือวันเมอร์เดการ์ (เอกราช)และยังเป็นวันครบรอบการก่อตั้งขบวนการเบอร์ซาตู (BERSATUเพื่อเอกราชปัตตานี ) (United Fronts for Patani Independence)ด้วย
สุราษฎร์ธานีเชิญผู้นำศาสนาทำความเข้าใจกับเหตุการณ์บึ้มป่วน
ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี3จุดนั้น เมื่อเวลา 11.00น. พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รายงานความคืบหน้าผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ต่อพล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 เพื่อรายงานต่อพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.โดยใช้เวลาประมาณ นานประมาณ1ชั่วโมง แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าว
ขณะเดียวกันทาง พล.ต.ต.อภิชาติ ได้ประชุมร่วมกับนายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี และตัวแทนผู้นำศาสนาอิสลาม3คน โดยใช้เวลาประชุมประมาณ30นาที แต่ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพการประชุม
นายวงศศิริ กล่าวภายหลังการประชุมว่า กรณีที่เชิญผู้นำศาสนาอิสลามเข้าประชุมด้วยนั้น เป็นเรื่องของมวลชนให้พี่น้องอิสลามได้เข้าใจกับปัญหาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้และให้ความร่วมมือ
นายวงศศิริ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้น3จุดในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.สุราษฎร์ธานี ไม่ว่าจะเป็นเกาะสมุย เกาะพะงันหรือเกาะเต่า รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวภูเขาเช่นอุทยานแห่งชาติเขาสก โรงแรมที่พักตอนนี้ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวยกเลิกการจองแต่อย่างใด โดยในทุกพื้นที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปกครองและทหารสนธิกำลังกันดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นทุกจุด
รายงานข่าวแจ้งว่า แนวทางการสอบสวนคลี่คลายคดีนั้นจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านทวีสินพลาสติกจำนวน18จุด พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย2ราย หลังก่อเหตุคนร้ายได้หลบหนีออกพื้นที่ทันทีและได้แกะรอยพบว่าผู้ต้องสงสัยไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะหลบหนีออกจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งทางตำรวจเชิญตัวเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวและใกล้เคียงไปสอบปากคำว่าเชื่อมโยงกันหรือไม่



