
ผลวิจัยชี้ชัดผู้สูงวัยติดโซเชียลมากไป“ความสุข”หดหาย
ผู้สูงวัยที่ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ครั้งละ 15 นาที เว้นช่วงห่างทุก 2 ชั่วโมงจะมีความสุขมากที่สุด แต่ถ้าใช้เกินนั้นความสุขลดลง
นักวิชาการด้านผู้สูงวัยระบุกลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้โซเชียลออนไลน์แต่พอดีถือเป็นกลุ่มที่มีความสุขมากที่สุด อ้างอิงจากผลวิจัยที่สำรวจผู้สูงอายุที่ใช้เทคโนโลยีได้จำนวน 480 คนทั่วกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ โดยได้ข้อสรุปว่าผู้สูงวัยที่ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ครั้งละ 15 นาที เว้นช่วงห่างทุก 2 ชั่วโมงจะมีความสุขมากที่สุด วัดระดับความสุขอิงกับหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศีล 5 โลกธรรม 8 การเจริญสติและหลักสังคหวัตถุ 4 ขณะที่ผู้สูงอายุที่ใช้โซเชียลมีเดียทุกวันๆ ละ 4-7 ชั่วโมงจะมีความสุขลดลงเพราะถือว่าใช้เวลาจดจ่อมากเกินไป
ดร.วีรณัฐ โรจนประภา
ดร.วีรณัฐ โรจนประภา นักวิชาการด้านผู้สูงวัยและนายกสมาคมบ้านปันรัก เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยมีคนอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบภายใน พ.ศ. 2568 และคาดว่าอีกประมาณ 15 ปีประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุยิ่งยวด คือ มีประชากรที่เป็นผู้สูงอายุร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ ในสภาพสังคมยุคโซเชียลฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของผู้สูงวัยจึงเป็นประเด็นที่สังคมควรให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดปัญหาช่องว่างระหว่างวัย และช่วยให้ผู้สูงวัยได้อยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีและเห็นคุณค่าในตัวเอง นอกจากนี้ เทคโนโลยียังช่วยให้ผู้สูงวัยได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในโลกที่ไร้พรมแดน และยังช่วยลดปัญหาสุขภาพได้อีกด้วย
“เป็นเพราะสภาพสังคมปัจจุบันเป็นสังคมข้อมูลข่าวสาร การดำเนินชีวิตทุกอย่างถูกผลักดันให้ดำเนินไปผ่านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการรับ-โอนเงิน การซื้อของออนไลน์ การสั่งอาหาร หรือแม้แต่เรื่องสุขภาพที่ต้องติดตามข่าวสาร หาความรู้เรื่องโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นผ่านเทคโนโลยีเช่นกัน ดังนั้นเทคโนโลยีจึงเป็นส่วนเติมเต็มให้ผู้สูงวัยก้าวทันโลกทันเหตุการณ์ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และช่วยฝึกความจำป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย เพราะการใช้โซเชียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตผู้สูงอายุต้องใช้ทักษะสูง ทำให้ได้ฝึกสมองด้วยเช่นกัน” นักวิชาการกล่าว
ด้าน พรพรรณ ประคองวงษ์ วัย 70 ปี กล่าวว่า หลังจากได้เริ่มฝึกใช้แท็บเล็ตและท่องโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้รู้สึกว่าโลกทั้งใบสามารถย่อมาอยู่ในมือโดยไม่ต้องเดินทางไปท่องโลกไกลๆ เลย ทำให้รู้สึกสนุกกับมัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักแบ่งเวลาในการใช้ด้วย ส่วนตัวจะใช้เฉพาะเวลาว่าง ไม่จำเป็นต้องซีเรียสว่าจะต้องเล่นวันละหลายๆ ชั่วโมง อาจจะเปิดดูไลน์เมื่อมีเพื่อนๆ หรือกลุ่มครอบครัวส่งแชทมาบ้าง ใช้หาข้อมูลในเรื่องราวที่อยากรู้และสาระประโยชน์ต่างๆ บ้าง ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา ก็ถือว่าคุ้มค่าและส่งผลให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นได้
“จากผลการวิจัยนี้ทางสมาคมบ้านปันรัก ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มีการสอนเทคโนโลยีต่างๆ ให้แก่ผู้สูงอายุที่สนใจมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จึงได้ริเริ่มโครงการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุออนไลน์ในวันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์ วันละไม่เกิน 3 ชั่วโมง โดยวันเสาร์และอาทิตย์นั้นสมาคมแนะนำให้ผู้สูงอายุได้พักจากหน้าจอเพื่อใช้ชีวิตกับบุตรหลาน หรือได้ทำงานอดิเรกที่สนใจ ที่สำคัญคือ ขอแนะนำให้ผู้สูงอายุทิ้งช่วงในการหยิบสมาร์ทโฟนมาดูให้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เพื่อให้ชีวิตผู้สูงอายุมีความสุขอย่างสมดุล หรือเรียกตามแบบฉบับวิถีพุทธว่าการเดินสายกลาง ไม่ตึง หรือ ไม่หย่อนจนเกินไปนั่นเอง” ดร.วีรณัฐ กล่าวสรุปปิดท้าย



