ข่าว

ปชช.88.9 % มองปัญหายาเสพติดรุนแรงที่สุด

ปชช.88.9 % มองปัญหายาเสพติดรุนแรงที่สุด

15 ส.ค. 2559

"ทีไอเจโพล"ระบุปชช.88.9 % มองปัญหายาเสพติดรุนแรงที่สุด นโยบายสงครามยาเสพติดแค่การแก้ปัญหาช่วงสั้น ๆ จากนั้นกลับมาระบาดรุนแรงซ้ำ

 

          15 ส.ค.--  สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือทีไอเจ เผยผลสำรวจ “ทีไอเจ โพล” ซึ่งร่วมกับสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “สงครามยาเสพติดในความเห็นสาธารณชน” ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 1,121 ตัวอย่าง ( ระหว่างวันที่ 11-14 ส.ค.) พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.9 ระบุว่าปัญหาเสพติดรุนแรงค่อนข้างมากถึงมากที่สุด มีเพียงร้อยละ 11.1 ที่ระบุว่าปัญหายาเสพติดรุนแรงค่อนข้างน้อย หรือไม่รุนแรงเลย ขณะที่ร้อยละ 64.8 ระบุว่าสภาพปัญหายาเสพติดโดยรวมขณะนี้ควบคุมไม่ได้ มีเพียงร้อยละ 35.2 ที่ระบุว่าควบคุมได้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 74.5 ระบุการทำสงครามยาเสพติดเป็นการแก้ปัญหาช่วงสั้น ๆ จากนั้นจะกลับมารุนแรงกว่าเดิม ร้อยละ 55.3 และร้อยละ 19.2 ระบุการทำสงครามยาเสพติดไม่ใช่วิธีแก้ที่ยั่งยืน มีเพียงร้อยละ 25.5 ที่ระบุว่าการทำสงครามยาเสพติดเป็นการแก้ปัญหายั่งยืนและไม่มีปัญหาอีกเลย

          ทั้งนี้ ความคิดเห็นส่วนใหญ่ร้อยละ 66.2 แนะให้ทำสงครามยาเสพติดกับผู้ค้ารายใหญ่ และร้อยละ 65.4 ให้ทำสงครามยาเสพติดกับผู้ผลิต มีเพียงร้อยละ 26.6 และร้อยละ 21.1 ที่ระบุให้ทำสงครามยาเสพติดกับผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพ อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสนใจที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.4 เคยได้ข่าวผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเพราะสงครามยาเสพติด และเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 ระบุการจับผู้เสพและผู้ครอบครองจำนวนน้อยเข้าคุกไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ดี ในขณะที่ร้อยละ 44.4 ระบุเป็นการแก้ปัญหาที่ได้ผลสำเร็จดี นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.8 ระบุวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับผู้เสพที่ไม่มีความผิดอื่นคือ การบำบัดตามอาการ มีเพียงร้อยละ 31 ที่ระบุว่าการจับกุมคุมขังเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

          สำหรับปัจจัยที่ทำให้ผู้เสพไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดด้วยตนเอง พบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.1 ระบุผู้เสพกลัวถูกดำเนินคดีอาญา รองลงมาร้อยละ 38.5 คือกลัวอับอายเสียชื่อเสียงครอบครัว ร้อยละ 35.5 ระบุผู้เสพกลัวตกเป็นเครื่องมือหากินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และร้อยละ 33.8 ระบุผู้เสพคิดว่าหากจะเลิกก็สามารถเลิกเองได้ ไม่ต้องพึ่งสถานบำบัด รองลงไปคือผู้เสพคิดว่ากระบวนการบำบัดไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ กลัวถูกเข้าไปเป็นขบวนการค้า และไม่คิดว่าการเสพยาเป็นปัญหา

          ด้านนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผอ. ทีไอเจ กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของทีไอเจเกี่ยวกับนโยบายการทำสงครามยาเสพติดของรัฐบาลที่ผ่านมาว่า การเน้นแต่ปราบปรามไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ควรต้องมีการแยกกลุ่มผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามในวันที่ 18 ส.ค.นี้ จะมีการระดมความเห็นที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมเพื่อรวบรวมข้อมูลนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายด้านยาเสพติดและการยกร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป