
เครดิตสกอร์ริ่ง (ภาคแรก)
เครดิตสกอร์ริ่ง มันคืออะไร มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนที่เราต้องเข้าใจ รวมถึงจะมีผลต่อการขออนุมัติสินเชื่อหรือไม่?
เคยมีคนพยายามสอบถามผมหลายๆ ครั้งในเรื่องนี้ ทำนองที่ว่ามันคืออะไร มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนที่เราต้องเข้าใจ รวมถึงจะมีผลต่อการขออนุมัติสินเชื่อหรือไม่?
ก่อนอื่น ต้องออกตัวครับ ผมเองทำงานด้านการตลาด ขลุกอยู่กับการออกแบบโปรแกรม โปรโมชั่นที่ต้องโดนใจ ทำให้ลูกค้ารักและมีความพอใจ
เรื่องที่ถามกันนี้ เป็นเรื่องของศาสตร์ที่มีการวิเคราะห์ข้อมูล มีตัวเลข มีสถิติเข้ามาเกี่ยวข้อง และเป็นเรื่องของการทำโมเดล ไม่ได้เกี่ยวกับงานของผมโดยตรง
แต่ก็พอจะรู้คอนเซ็ปต์ และจะพยายามอธิบายกันด้วยภาษาที่ง่ายๆ แบบที่ชาวบ้าน คนธรรมดาๆ จะเข้าใจนะครับ
เครดิตสกอร์ริ่ง ถ้าจะให้แปลตรงๆ ก็คือการให้คะแนน (ที่เรียกว่า “สกอร์”) และเป็นคะแนนเครดิตความน่าเชื่อถือของผู้สมัครขอสินเชื่อแต่ละราย
โดยมีสมมุติฐานว่า แต่ละคนที่มาขอกู้ ย่อมมีความแตกต่างกัน ด้วยปัจจัยแวดล้อม อายุ อาชีพ รายได้ ภาระหนี้ การผ่อนชำระ หรืออื่นๆ ที่ไม่เหมือนกัน
ครั้นจะปล่อยหนี้ โดยดูแค่เอกสารประกอบ และใบสมัครที่กรอกมาเพียงอย่างเดียวก็คงไม่ได้
และแม้จะมีขั้นตอนการสัมภาษณ์ โทรสอบถามเพิ่มเติม ก็อาจไม่เพียงพอที่จะการันตีความเสี่ยง และหนี้เสียในอนาคต
จริงอยู่ แม้เดี๋ยวนี้ผู้สมัครจะต้องเซ็นเอกสารและยินยอมให้มีการเข้าไปเช็กดูข้อมูลเครดิตบูโรเพิ่มเติม
แต่กระนั้น ก็ได้เพียงข้อมูลดิบ หรือข้อมูลพื้นฐานที่บอกว่าแต่ละคนเป็นหนี้ที่ไหน กับใคร ผ่อนชำระเดือนละเท่าไหร่ และสถานะลูกหนี้เป็นอย่างไร
“เครดิตสกอร์ริ่ง” จึงเป็นอีกเครื่องมือที่แต่ละสถาบันที่จะปล่อยสินเชื่อ ต่างก็สร้างขึ้นเพิ่มเติม โดยโมเดลนี้ มีหลักใหญ่ที่ต้องใช้ฐานข้อมูลที่เคยปล่อยสินเชื่อในอดีตมาเป็นองค์ความรู้ขั้นต้น
พูดให้ง่ายเข้าก็คือ แบงก์หรือสถาบันเคยปล่อยกู้มา ปล่อยไปกี่ราย จะคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ เอาตัวอย่างส่วนหนึ่งมา และโยนตัวแปรเข้าไปศึกษา
จากนั้นก็ใช้วิธีทางสถิติเข้าไปจับ หาความสัมพันธ์ให้เจอว่าตัวแปรไหน เรื่องอะไร จุดไหน มีความสัมพันธ์กับหนี้เสีย
จนที่สุด ก็สร้างเป็นโมเดลออกมา มีการทดลองซ้ำๆ จนมั่นใจว่าโมเดลจะมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะมาใช้งานจริงได้
โดยโมเดลนี้ ผลลัพธ์สุดท้าย จะออกมาเป็นคะแนน คล้ายๆ กับการตัดเกรดตอนเรียนหนังสือ ที่เราต้องสอบวิชาต่างๆ และประมวลผล
ฉันใด ก็ฉันนั้น
ยิ่งถ้าสกอร์ริ่งได้คะแนนออกมาสูงมาก ก็แปลว่าดี หากได้คะแนนน้อย ก็แปลว่า ไม่ดี สถาบันมองว่าเรามีความเสี่ยงที่จะปล่อยหนี้ออกไป
เรื่องนี้ยังไม่จบนะครับ
การได้คะแนนสกอร์ริ่ง จะมีผลถึงขนาดจะไม่ให้สินเชื่อหรือเปล่า
รวมถึงตัวเรา ในฐานะผู้บริโภค แม้เราไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีคิดทางสถิติข้อนี้ เราเองจะมีวิธีอ้อมๆ ทำให้สกอร์ริ่งของเราดีหรือไม่
ครั้งหน้า เราจะมาพูดกันนะครับ
-----------------------
(ไลฟ์สตางค์ : เครดิตสกอร์ริ่ง (ภาคแรก) : โดย...ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected])



