ข่าว

โพลระบุแม่ยุคใหม่อดทนอดกลั้นต่อการเลี้ยงลูกน้อยลง

โพลระบุแม่ยุคใหม่อดทนอดกลั้นต่อการเลี้ยงลูกน้อยลง

10 ส.ค. 2552

เอแบคโพลเผยผลสำรวจเยาวชนไม่สนใจประวัติศาสตร์ชาติไทยหรือร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าไม้ รักษาแหล่งน้ำ ขณะที่แม่ในปัจจุบันมีความอดทนอดกลั้นในการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลานน้อยลง เหตุจากวิถีชีวิตที่ยึดติดวัตถุนิยม และแรงกดดันแวดล้อมในชีวิตมีมากขึ้น

 เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2552  นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง การบ่งเพาะกิจกรรมเพื่อชาติ บรรยากาศสังคมไทย กับการทำดีเพื่อแม่ กรณีศึกษาประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ จำนวน 1,703 ครัวเรือน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2552 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือกว่าร้อยละ 80 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.4 ระบุว่าเด็กและเยาวชนในปัจจุบันไม่ค่อยสนใจถึงไม่สนใจเลยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย มีเพียงร้อยละ 26.6 เท่านั้นที่สนใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.1 ไม่ค่อยพูดคุย ถึงไม่เคยพูดคุยกันเลยในครอบครัวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 29.9 เคยพูดคุยค่อนข้างมากถึงมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยในครอบครัว

 นอกจากนี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 61.1 ไม่ค่อยทำ ถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาป่าไม้ ร้อยละ 38.9 เคยทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.8 ระบุคนในชุมชนที่พักอาศัยก็ไม่ค่อยทำถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาป่าไม้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร้อยละ 39.2 ระบุทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 69.5 ไม่ค่อยได้ทำถึงไม่เคยทำเลยในกิจกรรมรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 30.5 เคยทำค่อนข้างมากถึงมากที่สุด

 ที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนมองบรรยากาศของประเทศไทยโดยทั่วไปดีขึ้นกว่าการสำรวจช่วงปลายปีที่แล้ว โดยพบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นในทุกตัวที่ทำการวัดครั้งนี้ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยตัวชี้วัดตัวแรกคือ ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศแห่งรอยยิ้ม เพิ่มขึ้นจาก 5.77 มาอยู่ที่ 7.20 ตัวชี้วัดตัวที่สองคือ คนไทยยังคงเห็นอกเห็นใจต่อกันและกัน เพิ่มขึ้นจาก 5.38 มาอยู่ที่ 7.00 ตัวชี้วัดตัวที่สามคือ โลกของเราจะน่าอยู่กว่านี้ ถ้าคนชาติอื่น ๆ เป็นเหมือนกับคนไทย เพิ่มขึ้นจาก 5.42 มาอยู่ที่ 6.79 ตัวชี้วัดตัวที่สี่คือ ฉันรู้สึกว่า ประชาชนคนไทยในสังคมยังรักและเกื้อกูลกัน เพิ่มขึ้นจาก 4.63 มาอยู่ที่ 6.71 และฉันรู้สึกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีความสงบสุขและสันติมากที่สุด เพิ่มขึ้นจาก 4.67 มาอยู่ที่ 6.26 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10

 สำหรับวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้ สิ่งที่ประชาชนตั้งใจจะทำเพื่อแม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.6 ตั้งใจจะแสดงความกตัญญู รองลงมาคือ จะทำตามแม่สอน จะกราบเท้าแม่ จะพาแม่ไปทำบุญ จะมอบดอกไม้ให้แม่ จะสวมกอดแม่ รักแม่ จะซื้อของขวัญให้แม่ จะให้เงินแม่ จะพาแม่ไปรับประทานอาหารนอกบ้าน และจะพาแม่ไปเที่ยว แต่ที่น่าเศร้าใจคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.8 มองว่าคุณแม่ในสมัยปัจจุบันมีความอดทนอดกลั้นน้อยลงในการอบรมเลี้ยงดูบุตรเมื่อเปรียบเทียบกับคุณแม่ในสังคมไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้ว สาเหตุมาจากวิถีชีวิตที่ยึดติดพึ่งพาวัตถุนิยมและความสะดวกสบาย และปัญหาความซับซ้อนและแรงกดดันแวดล้อมในชีวิตมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 23.4 มองว่าอดทนมากขึ้นและร้อยละ 14.8 มองว่าเท่าเดิม

  สิ่งที่ประชาชนที่ถูกศึกษาขอให้คนไทยปฏิบัติต่อกันในวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้และทุกวันตลอดไปคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 ขอให้คนไทยรักกัน ร้อยละ 75.9 ขอให้อภัยต่อกัน ร้อยละ 74.3 ขอให้มีน้ำใจต่อกัน ร้อยละ 70.8 ขอให้ซื่อสัตย์ต่อกัน ร้อยละ 69.3 ขอให้เกื้อกูลกัน ร้อยละ 68.7 ขอให้ยิ้มให้กันและกัน ร้อยละ 67.9 ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ร้อยละ 67.5 ขอให้ชักชวนกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ร้อยละ 67.1 ขอให้เสียสละ ร้อยละ 66.9 ขอให้ยึดมั่นในความถูกต้อง ร้อยละ 64.2 ขอให้มีวินัยต่อกัน ร้อยละ 63.7 ขอให้ชักชวนกันเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ และร้อยละ 63.7 เช่นกันขอให้รู้จักอดทนยับยั้งชั่งใจ