
"อภิสิทธิ์"หารือนายกฯบาร์เรนกระชับความสัมพันธ์2ปท.
"ปณิธาน"เผยบาห์เรนต้องการแลกเปลี่ยนด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และยินดีที่จะสนับสนุนการพิจารณาจัดตั้งศูนย์ กระจายสินค้าไทย-บาห์เรน
(10สค.) เมื่อเวลา12.30น. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฎิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการหารือทวิภาคี ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกับ นายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน ว่า ในการหารือเป็นประเด็นทั่วไป คือ การกระชับความสัมพันธ์ ไทย-บาห์เรน โดยมีข้อตกลง ทางด้านการค้า ระหว่างไทย-บาห์เรน มีเพิ่มมากขึ้นแม้เศรษฐกิจไม่ดีนัก แต่ทั้ง 2 ประเทศ มีการกระชับทางด้านความสัมพันธ์มากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน การเงิน การธนาคาร และยังมีการหารือทางด้านการศึกษาและการสาธารณสุข การแลกเปลี่ยน ด้านการเกษตร ด้านการบิน
นายปณิธาน กล่าวว่า ในด้านการศึกษาได้มอบให้รัฐมนตรีศึกษาธิการของทั้ง 2 ประเทศ ไปพิจารณาเรื่องการแลกเปลี่ยนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น เพราะทางประเทศบาห์เรน ได้มอบทุนการศึกษาให้นักศึกษาไทย มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว จึงมีการกระชับความสัมพันธ์มากขึ้น และยังพิจารณาปรับกฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับคุณวุฒิการศึกษาของผู้ที่จบจากบาห์เรน ส่วนแนวทางด้านการค้ามีการหารือจำนวนมากที่จะร่วมมือ ในเรื่องของอาหาร สินค้าเกษตร ข้าวและปูนซีเมนต์
นอกจากนี้ ประเทศบาห์เรนยังต้องการแลกเปลี่ยนด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และยินดีที่จะสนับสนุนการพิจารณาจัดตั้งศูนย์ กระจายสินค้าไทย-บาห์เรน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจา ด้านการธนาคารจะมีการช่วยเหลือกันมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารอิสลามและเรื่องของพันธบัตรอิสลาม ไทยต้องการจะปรับโครงสร้างโครงการอิสลามให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และคาดว่าจะได้รับความร่วมมือมากขึ้น ด้านการบินประเทศบาห์เรน ต้องการให้ไทยขยายการบิน และการบินไทยกำลังพิจารณาอยู่ เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วจะแจ้งให้กับประเทศบาห์เรนทราบ
“โดยรวมทั้ง 2 ประเทศ มีความใกล้ชิดเป็นมิตร มีความสัมพันธ์ทางยุทธศาตร์ ความสัมพันธ์ด้านการเมืองการค้าที่ดี และจะเดินหน้าร่วมกันทั้งในระดับ ทวิภาคี-พหุภาคี และความร่วมมือนานาชาติ เช่น ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับบาห์เรน และความร่วมมือด้านสหประชาชาติ ทั้ง 2 ประเทศได้ตกลงให้ความร่วมมือแลกเปลี่ยนสนับสนุนกัน โดยเฉพาะการสมัครสมาชิก อีโคซอค และองค์สิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการขอความสนับสนุนประเทศบาห์เรน ในการให้การสนับสนุนไทยให้เป็นสมาชิกองค์กรสหประชาชาติ คณะมนตรีความมั่นคงประเภทเลือกตั้ง ภายในปี ค.ศ. 2017 ส่วนเรื่องประเทศบาห์เรนในปีค.ศ. 2011 - 2013 ส่วนฮิวแมนไลท์คอมมิชชั่นในปี ค.ศ. 2010-2013 ” นายปณิธาน กล่าว
นาย ปณิธาน กล่าวอีกว่า ไทยได้ขอบคุณที่บาห์เรนได้ให้สัมปทานการผลิตและสำรวจให้กับบริษัทปตท.ในอ่าว ของบาห์เรนและยังสนใจที่จะร่วมมือกับประเทศบาห์เรนมากขึ้น ด้านสาธารณสุขทางบาห์เรนได้ขอแลกเปลี่ยน บุคลากรเนื่องจากมีการขยายอุตสาหกรรมด้านสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาล ซึ่งทางบาห์เรนให้ความสนใจในความร่วมมือดังกล่าว โดยมีข้อตกลงร่วมได้ขอให้มีการทำ แอคชั่นแพรน เพื่อกำหนดกรอบชัดเจนในความร่วมมือด้านสาธารณสุขไทย - บาห์เรน
ส่วนในเรื่องข้าวไม่ได้มีการหารือ เป็นการหารือเพียงการเกษตร ซึ่งไทยได้ยืนยันกับบาห์เรนว่า ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะเรื่อง คอนแท็กฟาร์มมิ่ง หรือความร่วมมือด้านอื่น ๆ แต่ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย ซึ่งทางบาห์เรน อาจจะมีการลงทุนร่วมกัน ในเรื่องอุตสาหกรรมการเกษตร โดยทางบาห์เรนต้องการเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน และไทยยินดีที่จะจัดทำคลังสินค้าเกษตรตามความเหมาะสม ซึ่งทางบาห์เรนจะได้เข้าไปดูรายละเอียดด้านการลงทุนต่อไป
นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการสนับสนุนจากบาห์เรนหลายเรื่อง ด้านการเมืองไทย ได้รับการสนับสนุนจากบาห์เรนโดยเฉพาะเรื่องภาคใต้ให้การสนับสนุนไทยในกรอบ ของ โอไอซี ทำให้ไทยได้ชี้แจงกับประเทศตะวันออกกลางในประเด็น 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้เข้าใจได้เป็นอย่างดี และบาห์เรนไม่ได้วิตกกังวล เกี่ยวกับปัญหาชาติแดนภาคใต้ของไทย และพร้อมให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหา



