
ปืนดวลหงส์ สถิติข่มเหย้า 5 ปี ไม่เคยแพ้
“ปืนโต” อาร์เซนอล เปิดบ้านดวล “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีกเมืองผู้ดี คืนนี้ (14 ส.ค.) โดย 5 ปีหลังสุด อาร์เซนอล มีสถิติไม่เคยแพ้ ลิเวอร์พูล เกมเหย้า
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคมนี้ มีตารางแข่งขัน 2 คู่ โดยคู่เอก “ปืนโต” อาร์เซนอล รองแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน จะเปิดสนามเอมิเรตส์ รอรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสดทางพีพีทีวี และบีอิน สปอร์ต 1
เมื่่อฤดูกาลแข่งขันก่อน ทั้งคู่เสมอกันทั้งนัดเหย้า-เยือน ทว่า อาร์เซนอล ไม่แพ้ ลิเวอร์พูล มาแล้ว 2 ฤดูกาลติดต่อกัน และหากนับเฉพาะเกมเหย้า “ปืนโต” แพ้หนสุดท้ายต้องย้อนหลังไปถึง 5 ปี ในฤดูกาล 2011-2012 ส่วนสถิติรวมทั้งหมดที่เคยพบกัน 220 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกปี 1893 หรือ 123 ปีก่อน “หงส์แดง” ดีกว่า เมื่อชนะ 83 ครั้ง ส่วนอาร์เซนอล ชนะ 78 ครั้ง และเสมอกัน 59 ครั้ง
สำหรับ อาร์เซนอล ได้ กรานิต ชากา มิดฟิลด์ตัวกลางคนใหม่เข้ามา ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (1,338 ล้านบาท) และถือเป็นการเปลี่ยนถ่ายรุ่นโดยเบ็ดเสร็จ เนื่องจาก มิเกล อาร์เตตา แขวนสตั๊ด ส่วน มาติเยอ ฟลามินี กับ โทมัส โรซิคกี หมดสัญญา
ส่วนสภาพทีมนัดแรก อาร์เซนอล จะไม่มี 4 ผู้เล่นที่ยังเจ็บ ได้แก่ แดนนี เวลเบ็ค กองหน้า, กาเบรียล เปาลิสตา กับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ สองเซ็นเตอร์แบ็ก และคาร์ล เจนกินสัน แบ็กขวา ที่เพิ่งกลับมาจากการยืมตัว
ขณะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้า กับ โลรองต์ กอสเซลนี เซ็นเตอร์แบ็ก ชุดรองแชมป์ยูโร 2016 และเมซุต โอซิล กองกลางตัวรุกทีมชาติเยอรมนี ชุด 4 ทีมสุดท้ายยูโร 2016 ทั้งสามคนเพิ่งกลับมารวมทีมยังฟิตไม่ถึง รวมถึง แซร์จ นาบรี ปีกทีมชาติเยอรมนี ชุดโอลิมปิก “ริโอ 2016” ซึ่งอยู่ที่บราซิล
ดังนั้นผู้เล่นที่น่าจับตาจึงอยู่ที่การคุมเกมของมิดฟิลด์คู่กลางระหว่าง ชากา กับ อารอน แรมซีย์ ที่โดดเด่นมากในยูโร 2016 รวมถึง อเลกซิส ซานเชซ ที่ดูเหมือนกลับมามั่นใจอีกครั้งตั้งแต่ปลายฤดููกาลก่อน จนถึงการได้แชมป์โคปา อเมริกา เซนเตนาริโอ ร่วมกับทีมชาติชิลี
ด้านลิเวอร์พูล จะถือเป็นการสร้างทีมของ เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันอย่างเต็มตัว และมีผู้เล่นเข้าใหม่ถึง 6 คน และอาจได้ลงสนามทุกคน ยกเว้น 2 ผู้รักษาประตู เนื่องจาก ลอริส คาริอุส มือหัก ส่วน อเลกซ์ แมนนิงเกอร์ วัย 39 ปี มาเพื่อเป็นอะไหล่
ส่วนสภาพทีมนัดแรก ลิเวอร์พูล นอกจากจะไม่มี คาริอุส แล้วยังไม่มี เจมส์ มิลเนอร์ ผู้เล่นสารพัดประโยชน์ กับ ลูคัส เลวา มิดฟิลด์ตัวกลาง ที่เพิ่งฟื้นร่างกายจากอาการเจ็บ เช่นเดียวกับ โจ โกเมซ กองหลังสารพัดประโยชน์ รวมถึงจะขาด ติอาโก อิลอรี เซ็นเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิล ชุด “ริโอ 2016” ขณะที่ต้องรอประเมินสภาพร่างกายผู้เล่นอีกถึง 4 คน คือ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้า, มาร์โค กรูยิช มิดฟิลด์ตัวกลาง, เชยี โอโจ ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี และ มามาดู ซาโก เซ็นเตอร์แบ็ก
ดังนั้นเกมนี้น่าจับตาไปที่สี่แนวรุก ได้แก่ ฟิลิปเป คูตินโญ, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และซาดิโอ มาเน กับ จอร์จิโน ไวจ์นัลดุม สองแนวรุกคนใหม่ที่ทำผลงานได้ดีมาตลอดระหว่างช่วงเก็บตัวก่อนเปิดฤดูกาลใหม่



