
อานิสงส์จากฝนแล้ง ผลไม้ใต้ไร้ปัญหา!
โดย - ดลมนัส กาเจ
ลองกอง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงฯได้สรุปสถานการณ์ผลไม้ในภาคใต้ ปี 2559 ที่ผลผลิตกำลังเริ่มตลาดในขณะนี้ว่า ปีนี้ไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้มี 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ได้รับข้อมูลเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2559 มีภาพรวมปีนี้ผลผลิตลดลงทุกชนิด ประมาณการเบื้องต้นคาดว่าจะมีผลผลิตรวมราว 450,619 ตัน ลดลงจากปี 2558 ซึ่งมีผลผลิต 478,643 ตัน หรือร้อยละ 5.86 เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประสบปัญหาภัยแล้ง
ขณะที่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า สถานการณ์ล่าสุดของผลผลิตผลไม้ภาคใต้จะมีไม่มาก เมื่อเทียบกับความต้องการของตลาด เพราะปีนี้อากาศร้อนและแล้งยาว ทำให้ผลไม้ออกช้า อาจมีผลผลิตกระจุกตัวบ้างในบางช่วง แต่ในภาพรวมมีแนวโน้มที่จะไม่มีปัญหาเรื่องราคา ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ยกเว้นลองกอง ที่อาจมีความอ่อนไหวและมีจุดเสี่ยงบ้าง เนื่องจากผลผลิตจะออกพร้อมกัน
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ
สำหรับแนวโน้มด้านราคา ทุเรียนกิโลกรัมละ 93-95 บาท มังคุด 110-115 บาท เงาะ 17 บาท และลองกอง 14 บาท โดยผลผลิตทุเรียน ปัจจุบันมีออกสู่ตลาดประปราย ปริมาณเข้าสู่ตลาดไม่มากนัก ประมาณ 6% เกรดส่งออก A-B อยู่ที่ กก.ละ 93-95 บาท ทั่วไปราคา กก.ละ 70 บาท จะมีผลผลิตรวมประมาณ 226,841 ตัน แต่ความต้องการของตลาดมีจำนวน 395,543 ตัน โดยตลาดรองจีนรองรับถึง 65% ตลาดกรุงเทพฯ 24% ที่เหลือกระจายในประเทศ
ส่วนมังคุดคาดว่า มีผลผลิตรวมประมาณ 104,581 ตัน ความต้องการของตลาดมีจำนวน 122,932 ตัน โดยมีตลาดรองรับ คือ ส่งออก 45% ราคาซื้อขายเบอร์ 1-2 อยู่ที่ กก.ละ 110-115 บาท เบอร์ 3 ราคา กก.ละ 100 บาท และผลเล็ก กก.ละ 53 บาท ด้านเงาะ ตอนยังไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาด แต่ความต้องการของตลาด มีจำนวน 60,386 ตัน โดยมีตลาดรองรับ คือ ส่งออก 8.46% โรงงานแปรรูป 3.63% ห้างค้าปลีก 2.53% ที่เหลือกระจายจำหน่ายในประเทศ ราคาเฉลี่ยที่ กก.ละ 17 บาท ขณะที่ลองกอง คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 60,883 ตัน ความต้องการของตลาดมีจำนวน 65,626 ตัน โดยมีตลาดรองรับ คือ ส่งออก 4% ห้างค้าปลีก 1.68% ที่เหลือกระจายจำหน่ายในประเทศ ราคาลองกองเฉลี่ยที่ กก.ละ 14 บาท
นายโอฬาร พิทักษ์
ด้าน นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจงว่า สถานการณ์ผลไม้เศรษฐกิจทั้ง 4 ชนิดในภาคใต้ปีนี้ คาดว่ามีผลผลิตในภาคใต้ตอนบน ประมาณ 340,262 ตัน เก็บเกี่ยวไปแล้วกว่า 6 หมื่นตัน โดยทุเรียนจะมีประมาณ 184,788 ตัน ราคาเฉลี่ยหมอนทองเกรดส่งออก อยู่ระหว่าง กก.ละ 60-80 และหมอนทองเกรดคละ อยู่ที่ กก.ละ 40-70 บาท มังคุด คาดจะมีผลผลิต 70,446 ตัน ราคาเกรดส่งออก อยู่ที่ กก.ละ 60-129 บาท และมังคุดเกรดคละ อยู่ที่ กก.ละ 22-60 บาท ส่วนเงาะมีผลผลิตประมาณ 51,634 ตัน ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี เงาะคละราคาอยู่ที่ กก.ละ 20-60 บาท ลองกองมีผลผลผลิตรวมราว 33,394 ตัน ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน คือ ลองกองช่อเกรด 1 อยู่ที่ กก.ละ 45 บาท ลองกองเกรด 3 อยู่ที่ กก.ละ 35 บาท
ในภาคใต้ตอนล่างประมาณการว่า จะมีผลผลิตรวม 110,357 ตัน ทุเรียน ประมาณ 39,868 ตัน ราคาทุเรียนหมอนทองเกรดส่งออกอยู่ที่ กก.ละ 48-52 บาท และหมอนทองเกรดคละ อยู่ที่ กก.ละ 40-80 บาท มังคุดประมาณ 17,862 ตัน ราคาอยู่ที่ กก.ละ 30-90 บาท ส่วนเงาะประมาณการว่าจะมีผลผลิต 15,073 ตัน ราคาเงาะตะกร้าอยู่ที่ กก.ละ 40-50 บาท ราคาเงาะคละอยู่ที่ กก.ละ 55 บาท ขณะที่ลองกองประมาณการผลผลิต 37,554 ตัน ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคาลองกองช่อเกรด 1 อยู่ที่ กก.ละ 60 บาท ราคาลองกองเกรด 3 อยู่ที่ กก.ละ 40 บาท
เงาะโรงเรียน
สำหรับการบริหารจัดการผลไม้นั้น คณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ ให้จังหวัดเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่โดยคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการและกำกับดูแลและคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ เป็นแกนกลางในการบูรณาการบริหารจัดการผลไม้ในภาพรวม โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการ โดยจัดสมดุลอุปสงค์- อุปทาน เน้นพัฒนาคุณภาพผลผลิตเป็นหลัก ส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้รวมกลุ่มเพื่อผลิตไม้ผลในลักษณะแปลงใหญ่ การป้องปรามผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด สนับสนุนการกระจายผลผลิต ส่งเสริมการแปรรูป ผลักดันการส่งออก รวมทั้งส่งเสริมการบริโภคและประชาสัมพันธ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
หากประเมินแล้ว แม้ว่าปีนี้ผลไม้เศรษฐกิจในภาคใต้จะออกผลน้อย แต่ภาพรวมแล้วราคาค่อนข้างสูงสามารถชดเชยรายได้ให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ และที่สำคัญปัญหาด้านการล้นตลาดจะไม่เกิดขึ้นด้วย!



