ข่าว

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

14 ส.ค. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์ โดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

          เสียงอื้ออึงพลันดังขึ้นเมื่อเฟซบุ๊กของนางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศพม่าได้โพสต์ข้อความหนึ่งเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 28 ปี ที่ขบวนการนักศึกษาพม่าลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตย จนถูกรัฐบาลทหารล้อมปราบอย่างรุนแรง ว่า การเจรจาสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 จะมีขึ้นเป็นครั้งแรกในวันที่ 31 สิงหาคม โดยจะมุ่งหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพ ความมั่นคง การป้องกันประเทศ และระบอบสหพันธรัฐ หากทุกฝ่ายสามารถบรรลุฉันทามติได้เร็วมากเท่าใดก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังอยู่ในระยะตั้งไข่หลังจากเปิดประตูประเทศเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

 

          ถ้อยแถลงของนางซูจีมีขึ้นหลังจากเธอเสร็จสิ้นการหารือเป็นเวลา 2 ชม. กับพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารบกผู้มีอำนาจสูงสุดในกองทัพ เพื่อเป็นหลักประกันว่ากองทัพเห็นชอบด้วยกับการเจรจาปางหลวง 2 คงจะไม่มีการตบเท้าคว่ำการเจรจาสันติภาพครั้งนี้ เหมือนกับที่เคยฉีกทิ้งข้อตกลงสันติภาพปางหลวงเมื่อปี 2460 หรือเมื่อ 65 ปีที่แล้ว ด้วยการอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายพลอองซาน พ่อของนางซูจี ต้นแบบการเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ โดยจะให้สิทธิ์ชนกลุ่มน้อยที่จะปกครองตนเองแลกกับการเข้าร่วมในสหภาพพม่า จนเป็นที่มาของข้อตกลงปางหลวงที่สุดแสลงใจกองทัพ

          หลังจากข้อตกลงสันติภาพปางหลวงถูกฉีกทิ้ง กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ก็หยิบอาวุธหันมาสู้กับรัฐบาลที่ทหารยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดปกครองประเทศด้วยกำปั้นเหล็กมานานร่วมครึ่งศตวรรษ บ้านเมืองต้องจมปลักอยู่กับไฟสงครามกลางเมืองแม้ว่าจะมีการเจรจาหยุดยิงหลายครั้งกับหลายกลุ่ม แต่ละครั้งก็มักจะเท้าความไปถึงข้อตกลงปางหลวง ที่มีการตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องสิทธิปกครองตนเองของชนกลุ่มน้อยก่อนที่การหยุดยิงจะล้มครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นกัน จนเหมือนกับเป็นอาถรรพณ์ว่ารัฐบาลทหารไม่มีวันสานปณิธานของข้อตกลงสันติภาพปางหลวงให้เป็นจริงได้ จนกระทั่งหมดอำนาจลงหลังปราชัยยับเยินระหว่างการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนปีที่แล้ว จากนั้นรัฐบาลพลเรือนใต้การนำของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ก็ประกาศให้การเจรจาสันติภาพภายใต้กรอบข้อตกลงปางหลวงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งทำให้เสร็จภายใน 5 ปี

 

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

( นายพลออง ซาน ลงนามข้อตกลงปางหลวง 12 ก.พ.2460 / ภาพ wikipedia ) 

 

          ในเมื่อเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ปุบปับประกาศจะให้มีการเจรจาปางหลวง 2 ในวันที่ 31 สิงหาคม การเตรียมการจึงค่อนข้างฉุกละหุกไม่ใช่น้อย โดยการเตรียมการขั้นแรกเพิ่งมีขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ตามด้วยผู้แทนกลุ่มติดอาวุธ 8 กลุ่มที่ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558 ได้พบปะกับคณะกรรมการเจรจาสันติภาพเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อหารือเรื่องกำหนดกรอบเวลาและกรอบการเจรจาหารือทางการเมือง จากนั้นในวันที่ 15 สิงหาคม ก็ถึงคิวที่คณะกรรมการทำงานสร้างสันติภาพแห่งสหภาพ อันเป็นคณะกรรมการไตรภาคีประกอบด้วยตัวแทนจากรัฐบาล กลุ่มติดอาวุธที่ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง 15 ตุลาคม 2558 ทั้ง 8 กลุ่ม และพรรคการมืองต่างๆ เกี่ยวกับรายละเอียดและกรอบการประชุมสันติภาพ

          ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิง 15 ตุลาคม หรือในช่วงปลายรัฐบาลเต็ง เส่ง มีเนื้อหาสำคัญว่าด้วยกรอบการเจรจาสันติภาพภายใน 90 วัน โดยไม่ได้บังคับให้ทุกกลุ่มต้องปลดอาวุธ ก่อนจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองจากสหภาพเป็นสหพันธรัฐ ซึ่งหมายถึงการให้ชาติพันธุ์ต่างๆ มีสิทธิปกครองตนเองโดยรัฐบาลกลางจะดูแลใน 3 หน้าที่หลัก คือ การคลัง การต่างประเทศและความมั่นคง

 

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

 

          สำหรับกลุ่มติดอาวุธทั้ง 8 กลุ่ม จาก 21 กลุ่มที่ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงนี้ได้แก่ 1.กลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู 2.สภาสันติภาพกะเหรี่ยง 3.กลุ่มองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ 4.แนวร่วมนักศึกษาเมียนมาร์เพื่อประชาธิปไตย 5.กองกำลังชาติพันธุ์ชิน 6.พรรคปลดปล่อยอาระกัน 7.กองกำลังกะเหรี่ยง และ 8.กองทัพรัฐฉาน ภายใต้การนำของพลโทเจ้ายอดศึก

          อย่างไรก็ดี หลังจากตั้งสติได้จากความตื่นเต้น ที่นางซูจีปุบปับประกาศกำหนดวันการประชุมสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งกลุ่มติดอาวุธ 3 กลุ่ใหญ่ที่ไม่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง 15 ตุลาคม และผู้เชี่ยวชาญปัญหาพม่า ต่างรีบสะกิดเตือนนางซูจีว่า ไม่ควรรีบเร่งจัดประชุมเร็วเกินไปนัก เนื่องจากหลายผ่ายยังไม่พร้อม ดีไม่ดี รัฐบาลจะติดกับดักตัวเองจนอาจทำให้การเจรจาล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย เพราะความใจเร็วด่วนได้มากไป โดยเฉพาะนางซูจีที่อยากสานฝันของพ่อให้เป็นจริงโดยเร็วที่สุด

           ริชาร์ด โดแลน นักวิจัยอิสระ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านพม่าซึ่งขณะนี้ลงพื้นที่ดูสถานการณ์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพม่าได้ฟันธงเปรี้ยงว่าการเจรจาปางหลวง 2 คงยากจะสำเร็จได้ดังใจหวัง เนื่องจากเวลายังไม่สุกงอมมากพอ แม้ว่านางซูจีจะเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือว่าต้องการผลักดันเรื่องนี้ให้ลุล่วงตามที่ให้สัญญาไว้ก็ตาม แต่เพราะรีบเร่งมากเกินไปทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ท้ายที่สุดก็อาจจะติดกับดักตัวเอง ตั้งแต่คำเรียกว่าปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 ทำให้ทุกฝ่ายฝันหวานจนไม่ดูสภาพเป็นจริงว่าเป็นเช่นใด การกำหนดเงื่อนไขล่วงหน้า และสุดท้ายก็คือเนื้อหาที่ไม่มีอะไรใหม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือวนเวียนพูดคุยแต่ปัญหาเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ความมั่นคงและผลประโยชน์ ที่สำคัญไม่มีภาคประชาสังคมมาเข้าร่วมแม้แต่กลุ่มเดียว ไม่ต้องพูดไกลไปถึงเรื่องที่กลุ่มต่างๆ ยังไม่มีความไว้วางใจกัน อันเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนจะมีการเจรจาสันติภาพ

 

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

( ผู้นำกองทัพกะฉิ่นอิสระ ( KIO) และกองทัพอิสรภาพกะฉิ่น ( KIA ) ร่วมประชุมกับผู้นำและผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เมือง Mai Ja Yang ในรัฐกะฉิ่นทางภาคเหนือเมื่อ 26 ก.ค. ก่อนการประชุมสันติภาพปลายสิงหาคม ) 

         โดแลนสรุปว่าเหมือนกับการเล่นปาหี่หรือ “การหลอกเอาชื่อปางหลวงมาขาย สุดท้ายก็ขายไม่ออก อาจทำให้เสียชื่อเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา เป็นวาทกรรมที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง” ริชาร์ด โดแลน ย้ำก่อนจะเสริมว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้เชื่อว่า “เรือคงจะล่มตั้งแต่ยังไม่ทันจะจอด” ก็คือ ตั้งแต่ต้น รัฐบาลก็ได้ตั้งเงื่อนไขที่สร้างความแตกแยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ด้วยการแยกกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มติดอาวุธที่ยอมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง 15 ตุลาคม และกลุ่มติดอาวุธที่ไม่ยอมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งมี 3 กลุ่มใหญ่ที่จับมือเป็นพันธมิตรกัน ได้แก่ กลุ่มกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติพม่า (กลุ่มโกก้าง) ในรัฐคะฉิ่นทางตอนเหนือสุดที่อยู่ติดกับยูนนานทางตอนใต้ของจีน กลุ่มกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอางหรือปะหร่อง และกองทัพอาระกัน หรือว้า

          ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ตั้งเงื่อนไข 2 ข้อ ที่กลุ่มติดอาวุธจะต้องทำตามหากต้องการจะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพปางหลวง 2 เงื่อนไขแรกก็คือต้องออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนว่ายินดีเข้าร่วมการเจรจาต่อรองทางการเมือง และยินดีจะยุติการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ ถ้าหากกลุ่มใดยอมรับในเงื่อนไขแรกก็จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการเจรจาหารือทบทวนกรอบการเมืองที่กำหนดไว้ระหว่างการประชุมปางหลวงแหล่งศตวรรษที่ 21 ส่วนเงื่อนไขที่ 2 ก็คือระหว่างการเจรจาสันติภาพ กลุ่มติดอาวุธที่ไม่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงจะต้องเก็บอาวุธไว้กับกลุ่มพันธมิตรที่ไว้วางใจ อาทิ เก็บไว้ที่เมืองลาหรือที่ว้า โดยคณะเตรียมการประชุมยืนยันว่าไม่ใช่การยอมวางอาวุธให้กับกองทัพแต่อย่างใด และถ้าหากกลุ่มนี้ยอมทำตามเงื่อนไขที่ 2 แล้ว รัฐบาลก็จะยอมให้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงที่ทำกันก่อนหน้ารวมทั้งให้เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพปางหลวง 2

          จากเงื่อนไข 2 ข้อดังกล่าวข้างต้น ริชาร์ด โดแลน จึงสรุปว่าการเจรจาสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นการ “หลอกเอาชื่อปางหลวงมาขาย” หวังจะเรียกร้องความสนใจจากทั่วโลกมากกว่า สุดท้ายอาจจะขายไม่ออกก็ได้

ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 : วันนี้ที่รอคอย (อีกครั้ง)

( ภาพ AFP )

 

          การวิเคราะห์ของโดแลนส่อเค้าว่าจะเป็นจริงเมื่อหนังสือพิมพ์เมียนมาร์ไทมส์รายงานผลการเจรจานาน 3 วันที่เมืองลา ในรัฐฉาน เมื่อวันที่ 8-10 สิงหาคม ระหว่างผู้แทนคณะกรรมการสันติภาพของรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มที่ไม่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง 15 ตุลาคม โดยมีนางซูจีเป็นประธานการประชุม ปรากฏว่าไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เรื่องการยอมวางอาวุธและเข้าร่วมเจรจาสันติภาพ โดยกลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มได้เรียกร้องให้เลื่อนการประชุมออกไปก่อนจากที่กำหนดมีขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งกระชั้นมากเกินไป จนทำให้แทบไม่มีเวลาเตรียมการให้พรักพร้อมที่จะเข้าร่วม

          พันเอกสาย ลา โฆษกกลุ่มสภาฟื้นฟูรัฐฉานให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทบทวนและแก้ไขกรอบการเจรจาทางการเมือง ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่านี้ ส่วนอูจ่อเทย์ รองอธิบดีประจำทำเนียบประธานาธิบดีและเป็นตัวแทนรัฐบาล กล่าวว่าทั้ง 3 กลุ่ม ซึ่งเคยผนึกกำลังกันสู้รบกับทหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว นอกจากไม่เห็นด้วยกับกรอบกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ ยังไม่เห็นด้วยกับถ้อยคำในกรอบการหารือที่ว่ากลุ่มติดอาวุธทุกกลุ่มต้อง “ยอมละทิ้งจุดยืนในการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ” อันเป็นเงื่อนไขสำคัญของกองทัพที่ยืนกรานว่าทุกกลุ่มจะต้องยอมวางอาวุธทั้งหมดก่อน และจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจุดยืนของกลุ่มติดอาวุธทั้ง 3 กลุ่มที่หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมวางอาวุธ

          กระนั้น ระหว่างการเจรจานอกรอบที่เมืองลา ผู้นำกลุ่มว้าและเมืองลาให้สัญญาว่าจะไม่แยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพพม่า รวมทั้งจะสนับสนุนขบวนการสันติภาพที่รัฐบาลเป็นต้นคิด

          ปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 จะคืบหน้าหรือติดกับดักตัวเอง อีกไม่กี่วันก็คงรู้ผล