
ฟังหมา ...ด้วยตา!!
โดย - ศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร
หมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักเรา ป้องกันเรา เล่นกับเรา และเป็นเพื่อนเรา แต่ก็ใช่ว่าหมาทุกตัวจะดีเป็นมิตรกับคนก็หาไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ “เด็ก” หมาบางตัวไม่ชอบเด็ก ซึ่งหากลูกหลานของท่านหรือแม้แต่ท่านต้องเผชิญหมานิสัยเช่นนี้ย่อมต้องมีความรู้ความเข้าใจ การสื่อสารกับหมาเหล่านั้นได้ ลูกหลานและตัวท่านเองก็จะปลอดภัย
ซึมๆตาลอยๆอย่างนี้ ท่าจะมีอาการป่วยแล้ว
ยิ่งถ้าท่านได้สั่งสอนลูกหลานหรือเด็กๆให้รู้และเข้าใจสิ่งที่ “หมา” กำลังจะพูดด้วยเมื่อเจอเด็กๆ โดยใช้การสื่อสารด้วย “ภาษาท่าทาง” ซึ่งเราสามารถสังเกตเห็นได้จากการแสดงออกด้วยกิริยาท่าทางต่างๆของหมา หากเด็กเข้าใจว่าหมาที่ตนเห็นและอยากเข้าไปสัมผัสกำลังอารมณ์ไม่ดี หมาแสดงท่า บ่งบอกว่าอย่ายุ่งแล้วเด็กก็จะไม่ไปตอแย
ฉะนั้น วันนี้ลองเอาท่าทางหมาที่เห็นได้ด้วยตาอย่างง่ายๆ มาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่านนำไปเล่าสู่ลูกหลาน เพื่อประโยชน์ในการป้องกันตัวต่อไปดังนี้
1) หมาก้าวร้าว มักเป็นหมาที่คนทั่วไปเรียกว่าดุร้าย จากการที่กัดคน หรือไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้แตะต้องตัว ฯลฯ ภาษาท่าทางอันแสดงลักษณะก้าวร้าวข่มขู่ของหมาก็โดยความพยายามทำให้ขนาดตัวเองดูใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเห็นสังเกตจาก หูที่ตั้งตรง หางที่ตั้งชัน บวกกับพองขนบนหลัง อารมณ์ของมันคือไม่ต้องการให้เข้ามาใกล้หรือยุ่งเกี่ยว ส่วนหางที่ชี้ตั้งตรงยังมีการแกว่งหรือกระดิกเร็วๆ แสดงถึงความตื่นเต้นและไม่เป็นมิตรของหมา ฉะนั้นเด็กๆต้องหลีกเลี่ยงหมาที่แสดงท่าทางเช่นนี้
ตกลงว่าโกรธ หรือยิ้ม!!
2) หมากลัว ความกลัวที่ทำให้หมากัดคนโดยไม่ตั้งใจจะกัด โดยเฉพาะเด็กๆที่พยายามจับหมา หมายิ่งกลัว ยิ่งหนี ยิ่งซ่อน เด็กก็ยิ่งตาม เมื่อจนตรอกเข้าไปไม่รอดหมาอาจกัดเด็กทั้งๆที่ไม่อยากทำ อาการกลัวของหมาที่เมื่อเห็นแล้วไม่ควรไปตอแยก็คือ การที่มันพยายามทำตัวให้เล็กลง ได้แก่ หมอบตัวลงแนบพื้น หัวก้มต่ำ หูหลุบลง หางตกหรือซุกหว่างขา หุบปากสนิท ควรหลีกเลี่ยง ปล่อยมันไว้เฉยๆดีกว่า
3) หมาเป็นมิตร หมาใจดี หมาน่าคบ น่าเล่นด้วย จะสังเกตได้จากกิริยาที่หมาสื่อออกมาได้ชัดเจน ตั้งแต่อาการยืนที่ดูผ่อนคลาย ไม่เกร็ง ไม่เก็กท่า หัวไม่เชิด หางที่แกว่งไกวระดับเดียวกับหลังไม่สอดอยู่ในหว่างขา ริมฝีปากเผยออ้าพองาม ไม่หุบหรือเกร็ง ใบหูอาจป้องไปข้างหน้าหรือข้างหลัง เมื่อเราเห็นจะรู้สึกว่าหมาทำตัวสบายๆ อยากเล่น เข้าหาคน อย่างนี้เด็กก็เล่นด้วยได้
ภาษาท่าทางที่หมาแสดงออกถึงพฤติกรรม 3 แบบที่กล่าว ไม่ใช่เรื่องยากที่เด็กๆจะเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันอันตรายจากหมาเบื้องต้น แต่จะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ขึ้นกับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองที่จะสอนให้ลูกหลานของท่านได้รับรู้ เข้าใจ โอกาสพลาดท่าถูกหมากัดคงลดน้อยถอยลง!



