ข่าว

 เตือนฝ่ายบริหาร กทม.ของบคุ้มค่า-จำเป็น

เตือนฝ่ายบริหาร กทม.ของบคุ้มค่า-จำเป็น

13 ส.ค. 2559

คกก.วิสามัญพิจารณางบกทม.ปี 60 เตือนฝ่ายบริหารของบคุ้มค่า-จำเป็น ขวางโครงการผูกพันข้ามปี เหตุใกล้หมดวาระงานมี.ค.60 คาดชงเข้าวาระสอง 31 ส.ค.นี้ 

 

          13 ส.ค. นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล สมาชิกสภากทม. ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ให้สัมภาษณ์"สำนักข่าวเนชั่น" ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 76,000 ล้านบาท ตามที่ฝ่ายบริหารขอจัดสรรตั้งงบประมาณของหน่วยงานในสังกัด ว่า ขณะนี้คณะกรรมการวิสามัญฯ ได้พิจารณาหน่วยงานแล้ว 9 สำนัก และ 17 สำนักงานเขต โดยในส่วนของสำนักงานเขตไม่มีการตัดงบประมาณ เพราะต้องให้โครงการที่เสนอมาส่งผลถึงประชาชนมากที่สุด ส่วน 9 สำนักที่มีการของบประมาณรวม 23,892 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการฯได้ทำการพิจารณา ถึงความคุ้มค่า ความสอดคล้อง และไม่ซ้ำซ้อนในโครงการเดิมที่เคยของบประมาณมาแล้ว จึงได้ทำการปรับตัดและปรับลดงบประมาณบางโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็น จำนวน 1,869 ล้านบาท เหลือจำนวน 22,023 ล้านบาท 

          นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า ส่วนสำนักที่มีการปรับลดงบประมาณอันดับต้นๆ ประกอบด้วย สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา และสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าบางโครงการไม่มีความคืบหน้า ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการที่เป็นงบประมาณผูกพัน ซึ่งพบว่าปีที่ผ่านมาได้ขอไปแล้ว แต่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 มีการขอเพิ่ม ที่สำคัญโครงการที่ของบประมาณผูกพัน 3-5 ปีทั้งที่ฝ่ายบริหารจะหมดวาระในเดือนมี.ค.2560 ทำให้คณะกรรมการวิสามัญฯ จำเป็นต้องมีการตัดงบประมาณบางโครงการออกไป แต่หากโครงการใดมีความจำเป็นก็ขอให้เสนอมาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการวิสามัญฯมีทั้งหมด 36 คนแบ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ 27 คนและฝ่ายบริหาร 9 คน ก็มีการโหวตเพื่อขอมติจากที่ประชุมในการพิจารณางบประมาณแต่ละหน่วยงาน ซึ่งบางโครงการที่มีการจัดงบประมาณ ฝ่ายบริหารก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัดงบประมาณออกไปด้วย

          นายนิรันดร์ กล่าวอีกว่า หากจะยกตัวอย่างการลงพื้นที่ของคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่จะใช้ดำเนินงาน อาทิ โครงการพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทยของสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว(สวท.) นั้น พบว่ามีอาคารเดิมอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอาคารของพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งที่ 1 (จตุจักร) คณะกรรมการวิสามัญฯจึงมีความเห็นว่าโครงการนี้ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการดำเนินงานกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งจะขอจัดสรรงบประมาณเป็นงบผูกพัน โดยในปี 2560 สวท.ได้ขอจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการ 40 ล้านบาท แต่สภากทม.ยังไม่อยากให้ดำเนินโครงการที่มีการตั้งงบผูกพัน เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนคณะผู้บริหารชุดนี้ก็จะหมดวาระการทำงาน ทำให้การดำเนินโครงการอาจไม่ต่อเนื่อง และอาจเป็นภาระของคณะผู้บริหารกทม.ในชุดต่อไป จึงอยากให้งบประมาณที่มีอยู่ถูกจัดสรรให้กับโครงการที่เร่งด่วนและจำเป็นต่อประชาชนอย่างแท้จริง 

          "ในวันที่ 18-19 ส.ค. คณะกรรมการวิสามัญฯจะทบทวนโครงการที่มีการแขวนไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง ส่วนวันที่ 20-21 ส.ค. คณะกรรมการวิสามัญฯจะเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานเข้ามาชี้แจงโครงการและงบประมาณที่ขอเพิ่มเติม จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 31 ส.ค. แต่ทางคณะกรรมการวิสามัญฯขอให้ฝ่ายบริหารพิจารณาการของบประมาณที่จำเป็นให้มากที่สุดด้วย" นายนิรันดร์ กล่าว.