ข่าว

ต้นน้ำปากทางแห่ง “บางคล้า”

ต้นน้ำปากทางแห่ง “บางคล้า”

12 ส.ค. 2552

ตามประวัติกล่าวว่า ชื่อ “บางคล้า” มาจากพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งว่า “ต้นคล้า” เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กขึ้นตามป่าดิบเขา ริมลำธาร และที่ชุ่มชื้น ลำต้นสามารถนำมาใช้ในการจักสานได้ (ส่วนคำว่า “บาง” คือ ทางน้ำเล็กๆ ที่ไหลเชื่อมกับทางน้ำใหญ่กว่า แล้วเรียกชุมชนที่ตั้งอยู่ตรง

  ชุมชนที่อยู่ใกล้ปากน้ำและมีต้นคล้าขึ้นหนาแน่นแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า บางคล้า แต่ปัจจุบันต้นคล้าเหลืออยู่เป็นจำนวนน้อย เพราะความต้องการในการใช้จากมุงหลังคาน้อยลง

 “บางคล้า” เดิมเป็น “บ้านบางคล้า” ถูกตั้งขึ้นเป็นอำเภอเมื่อ พ.ศ.2444 มีที่ว่าการอำเภอเดิมตั้งอยู่บริเวณปากคลองบางคล้า ต.บางสวน ตรงที่เป็นบ้านบางคล้าเดิม ต่อมาย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่ตำบลเตาสุรา (เพราะมีโรงต้มเหล้าของทางราชการตั้งอยู่ ชาวบ้านเรียกกันตามภาษาปากว่า โรงเหล้า) แล้วเปลี่ยนชื่อตำบลเตาสุรา เป็น ต.บางคล้า ตามชื่ออำเภอ

 บางคล้าได้เข้าไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ก่อนการเสียกรุงครั้งที่ 2 เมื่อพระเจ้าตาก ครั้งยังดำรงตำแหน่งพระยาวชิรปราการยกทัพจากกรุงศรีอยุธยา ตีฝ่าข้าศึกออกไปทางตะวันออก ได้พักทัพและรบกับพม่าที่ปากน้ำโจ้โล้ ตรงที่แม่น้ำบางปะกงกับคลองท่าลาดมาบรรจบกัน ซึ่งปัจจุบัน คือ ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า

 ในรัชกาลสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองฉะเชิงเทรา ก็ได้เสด็จผ่านมาบริเวณบางคล้าด้วย โดยเสด็จมาที่ปราจีนบุรีแล้วล่องเรือเข้าปากน้ำโจ้โล้ (ต.ปากน้ำ อ.บางคล้าในปัจจุบัน) มีพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 24 ธันวาคม ร.ศ.127 ว่า

  “...เข้าปากน้ำโจ้โล้ซึ่งเป็นทางน้ำไปเมืองพนม-สารคามและเมืองสนามไชยเขต เป็นสวนไร่บริบูรณ์ดีมาก ไร่สับปะรดเหล่านี้ แลสุดตาทั้งสองฟาก ต้นมะม่วงงามๆ แต่มีความเสียใจที่จะกล่าวว่า เจ้าของไร่สับปะรดเหล่านี้เป็นเจ๊กมาก มีไทยที่เป็นปึกแผ่นก็หม่อมหลวงศิริ ลูกพระยาอศรพันธุ์...”

"เรือนอินทร์ หน้าพระลาน"