ข่าว

"บิ๊กป้อม”ชี้เหตุบึ้มเป็นเครือข่าย หวังกระทบรัฐ

"บิ๊กป้อม”ชี้เหตุบึ้มเป็นเครือข่าย หวังกระทบรัฐ

12 ส.ค. 2559

ปณิธาน เผย พล.อ.ประวิตร ตั้งสมมุติฐานคนก่อเหตุป่วนใต้เป็นเครือข่าย หวังสร้างเงื่อนไข กระทบ “ประเทศ-รัฐบาล”

 

          12 ส.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์“สำนักข่าวเนชั่น”ถึงเหตุการณ์ระเบิดรุนแรงในภาคใต้หลายจุดว่า ประเด็นแรกคือ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รายงานสถานการณ์ แต่เห็นได้จากการที่ตำรวจแถลงข่าว มีข้อมูลเข้ามาเพิ่มมากขึ้น แต่คงยังไม่สามารถสรุปอะไรได้อย่างชัดเจน

          2.การเตรียมการในการดูแลป้องกันเหตุร้ายได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งจากการติดตามการแจ้งเตือนฝ่ายข่าวของประเทศไทยและฝ่ายข่าวของต่างประเทศ ว่าในระยะช่วงลงประชามติ อาจมีกลุ่มที่ต้องการสร้างความรุนแรง สร้างเงื่อนไข เข้ามาเคลื่อนไหวและต่างประเทศก็มีการเตือนประชาชนของเขา ขณะที่ประเทศไทยได้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ ประกบบุคคลที่เราสงสัย ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ ในช่วงก่อนประชามติและช่วงที่มีการลงประชามติ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ยกเว้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเหตุการณ์อยู่บ้าง แต่ภาพรวมสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

         3.หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้หามาตรการและได้ซ้อนแผนเข้ามา ซึ่งหมายความว่า กลุ่มแกนนำบางกลุ่มที่เขาเปิดเผยตัวว่าจะมีการเคลื่อนไหว ก็ได้ถูกควบคุมและถูกประกบตัว แต่อาจจะมีกลุ่มย่อยที่ประสานงานกันหรือไม่ก็เป็นได้

           ในเรื่องนี้ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ได้มีสมมุติฐานว่าคนเหล่านั้นพยายามทำเป็นเครือข่าย เพราะฉะนั้นคงต้องดูการเตรียมการของกลุ่มย่อย ซึ่งภาพที่ออกมาในหลายพื้นที่ ที่เกิดเหตุ ตนคิดว่าจะนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ ว่าเป็นฝีมือของใครเป็นกลุ่มไหนที่เชื่อมโยงกับกลุ่มไหนและมีกลุ่มอื่นๆ อีกหรือไม่ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน

          4.นอกจากนี้ ยังมีความชัดเจนว่า มีความพยายามในการสร้างเงื่อนไข ให้กระทบกับประเทศไทยกระทบกับรัฐบาลอยู่ ถึงแม้ว่าการลงประชามติจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายไปขณะหนึ่ง แต่คนกลุ่มเหล่านี้ก็ยังต้องการผลักดันให้เกิดเงื่อนงำความรุนแรงเพื่อผลประโยชน์บางอย่างแต่เราก็ต้องแยกแยะในบางพื้นที่ด้วย เข้าใจว่าบางพื้นที่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัว ของธุรกิจหรือความขัดแย้งในท้องถิ่น 

          นายปณิธาน กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือสื่อในการนำเสนอข่าว ไม่อยากให้ขยายผลอย่างที่ควรจะเป็น แต่คิดว่าคงยากเพราะสื่อก็ต้องมีการแข่งขันกันในการรายงานข่าว ขณะที่ต่างประเทศก็มีเครือข่ายในการรายงานในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งเขาก็มีรายงานเข้าไปยังประเทศของเขาหลายเรื่อง มีทั้งภาพและสถานการณ์ทำให้ อาจเกิดสถานการณ์บานปลายได้หรือไม่ และกระทบกับการท่องเที่ยวกระทบกับอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แต่ตนคิดว่าภาพรวมทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้สั่งให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ที่มีปัญหา ตามกลไกที่ได้วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาและในช่วงเช้าก็มีการสรุปเหตุการณ์มีการรายงานและกำชับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

          ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวของไทย นายปณิธาน ยอมรับว่า ดูแลยาก เพราะเมืองท่องเที่ยวบางแห่ง มีนักท่องเที่ยวเป็นล้าน แต่เจ้าหน้าที่ มีเป็นพันคน ขณะที่บางพื้นที่นักท่องเที่ยวเป็นหมื่น แต่เจ้าหน้าที่ไม่กี่ 100 คน เพราะฉะนั้นเมืองท่องเที่ยวถือว่าเปราะบาง แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถร่วมมือกับเครือข่ายในท้องถิ่นแจ้งเตือนและป้องกันในชุมชนท่องเที่ยวได้  

       ทั้งนี้ถ้าหากไปวางกำลังเยอะ ๆ โดยนำรถถังเข้าไป ทหารถือปืนกลเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวก็จะเกิดภาพที่ไม่ดี เพราะแม้แต่ประเทศเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และตุรกี ก็ยังทำไม่ได้ฉะนั้นประเทศไทยได้ขนาดนี้ก็ถือว่าพยายามถึงที่สุดแล้ว แต่คงต้องพยามต่อไปในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น  

      เท่าที่ประมวลสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเป็นกระบวนการเดียวกันหรือไม่ ยังไม่มีข้อสรุปแต่เกิดเหตุการณ์ขึ้นพร้อมพร้อมกันจึงเป็นหนึ่งในสมมุติฐานที่จะต้องหาน้ำหนักมาสนับสนุนแม้เวลาห่างกันบ้างแต่ก็เป็นข้อสงสัยด้วยเช่นกัน