
สภาเข้มงวดตรวจยานพาหนะ-บุคคลเข้าพื้นที่
“เลขาฯสภาฯ”สั่งตร.รัฐสภาเข้มงวดตรวจยานพาหนะ-บุคคล เข้าพื้นที่รัฐสภาหลังมีเหตุร้ายก่อกวนพื้นที่หลายจุด
12 ส.ค. - นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยกระดับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่รัฐสภา ว่า ได้สั่งการไปยังสำนักรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้จัดกำลังตำรวจรัฐสภาดูแลความเรียบร้อยภายในพื้นที่อย่างเข้มงวดหลังจากที่พบเหตุการณ์ว่าหลายพื้นที่มีเหตุระเบิดก่อกวนความไม่สงบ ทั้งนี้รัฐสภาถือเป็นสถานที่สำคัญที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ โดยเบื้องต้น คือ ยานพาหนะ และบุคคลภายนอกที่ผ่านเข้า-ออกบริเวณรัฐสภาต้องถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งเวลากลางวัน และเวลากลางคืน ส่วนกรณีที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยภายในพื้นที่รัฐสภานั้น ยังไม่ได้รับคำสั่งพิเศษให้เพิ่มการดูแลความเรียบร้อยแต่อย่างใด ดังนั้นทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯยังคงใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเป็นหลัก
นายสุชาติ โรจน์ทองคำ ผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เปิดเผยถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่รัฐสภา ว่า นายสุรชัย ได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดของการจัดเวรยาม ดูแลพื้นที่ทางเข้า - ออก รัฐสภาและจัดสายตรวจพื้นที่ โดยตนได้สั่งการให้เพิ่มจำนวนตำรวจรัฐสภาที่ประจำพื้นที่ประตู เข้า-ออกอาคาร จากเดิมจุดละ 1 คน เป็นจุดละ 2 คน ขณะที่การเดินตรวจความเรียบร้อยจากเดิมจะให้เดินตรวจทุกๆ 4 ชั่วโมง ได้ปรับเป็นเดินตรวจทุกๆ ชั่วโมง ขณะที่การจราจรนั้น ได้ประสานไปยังสน.ดุสิต ให้ปิดเส้นทาง แยก ถ.อู่ทองใน จนถึงอาคารพระที่นั่งอนันตสมาคมเพื่อการดูแลความเรียบร้อยที่เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามการปรับระดับการรักษาความปลอดภัยจะมีเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ต้องติดตามสถานการณ์อีกครั้ง ทั้งนี้ในวันที่ 13 ส.ค. ซึ่งจะมีการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประปี พ.ศ.2561 และทราบว่าจะมีหน่วยงานราชการเข้าชี้แจง สำนักงานฯ อนุญาตให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถนำรถมาจอดภายในพื้นที่รัฐสภาได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด



