ข่าว

ผบก.ภูเก็ตยันวัตถุต้องสงสัย2จุดที่ป่าตองไม่ใช่ระเบิด

ผบก.ภูเก็ตยันวัตถุต้องสงสัย2จุดที่ป่าตองไม่ใช่ระเบิด

11 ส.ค. 2559

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยืนยันวัตถุต้องสงสัยที่พบ 2 จุดในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ไม่ใช่วัตถุระเบิด เปิดกล้องวงจรปิดไล่ล่าผู้ก่อเหตุ

          11ส.ค.2559 สืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์ข้อความทางกลุ่มไลน์และเฟซบุ๊ค ว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา มีการพบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จำนวน 2 จุด เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค.59 ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก ผกก.สภ.ป่าตอง ว่า พบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่ป่าตอง จำนวน 2 จุด คือ บริเวณหน้าร้านขายผ้า ด้านหน้าของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี กับบริเวณภายในร้านขายเสื้อผ้า ตลาดไชน่าทาวน์ ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เช่นกัน และได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) ลงพื้นที่ไปทำการตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า เป็นอุปกรณ์ลักษณะคล้ายแบตเตอรี่สำรอง (พาวเวอร์แบงค์) ขนาดเล็กที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ โดยมีการนำเอาแอลกอฮอลล์ที่ใช้สำหรับอุ่นอาหาร ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไปบรรจุไว้ภายใน และใช้โทรศัพท์มือถือตั้งเวลาเป็นตัวจุดชนวนด้วยการทำให้เกิดความร้อนจนเป็นประกายไฟ และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่า วัตถุดังกล่าวไม่ใช่วัตถุระเบิด

          ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่า การก่อเหตุดังกล่าวอาจจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงพบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 คน ทำทีมาซื้อของบริเวณดังกล่าวในช่วงเย็นวันเดียวกัน (10 ส.ค.59) ก่อนที่จะหย่อนวัตถุลงกับพื้น และเดินหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาตัวผู้ที่ก่อเหตุ และฝากประชาชนในการช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่กรณีพบวัตถุต้องสงสัยให้แจ้งทันที

          ขณะที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรณีที่พบวัตถุต้องสงสัยที่ภูเก็ตนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์เกิดระเบิดที่ จ.ตรังแต่อย่างใด เพราะเป็นคนละพื้นที่ ซึ่งในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นได้มีการเน้นย้ำและมีการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ที่มีผู้คนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เพราะเราต้องการให้ทุกคนมาท่องเที่ยวแล้วอยู่อย่างมีความสุขและเดินทางกลับไปด้วยความสุขเช่นกัน เราไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้น ดังนั้นจึงขอความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน ได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ของตนเอง หากพบวัตถุหรือเหตุการณ์ต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที