
1ต.ค.นี้ มีผลบังคับใช้กฏซื้อนมโค! เกษตรกรเข้าGAPรับ2บาท!
11 ส.ค. 2559
มิลค์บอร์ดประกาศใช้“มาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ พ.ศ.2559”มีผล 1 ต.ค.นี้ แนะผู้เลี้ยงโคนมนำฟาร์มเข้าสู่มาตรฐาน GAP ได่้ราคาเพิ่ม2บาท
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นมหรือมิลค์บอร์ดประกาศใช้ “มาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค พ.ศ.2558” เป็นเกณฑ์ในการตกลงซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างโรงงานแปรรูปนมกับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นมา เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูงขึ้น
ล่าสุด มิลค์บอร์ดได้มีมติเห็นชอบประกาศใช้ “มาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ พ.ศ. 2559” โดยจะเริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป เพื่อใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาการรับซื้อน้ำนมดิบระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบเป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาพัฒนาน้ำนมดิบที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น ดังนั้น ผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการบังคับใช้มาตรฐานฯฉบับใหม่นี้ เพื่อให้ได้ราคาบวกเพิ่มซึ่งจะทำให้มีรายได้สูงขึ้นและไม่ถูกตัดราคารับซื้อ
มาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ พ.ศ.2559 ได้กำหนดราคาตามเกณฑ์คุณภาพองค์ประกอบน้ำนม เช่น ปริมาณไขมัน ปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนย เชื้อจุลินทรีย์ และจำนวนเม็ดเลือดขาว โดยเกษตรกรมีโอกาสที่จะได้ราคาบวกเพิ่มขึ้นจากราคาซื้อขายปกติถึง 2 บาทต่อกิโลกรัม หากน้ำนมดิบมีคุณภาพสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด ขณะเดียวกันถ้าคุณภาพต่ำก็จะถูกหักราคา
“หากตรวจวิเคราะห์พบว่า น้ำนมโคของเกษตรกรมีปริมาณไขมันร้อยละ 3.60-3.79 จะได้ราคาบวกเพิ่มขึ้น 0.20 บาท/กิโลกรัม ปริมาณไขมันร้อยละ 3.80-3.99 บวกราคาเพิ่มขึ้น 0.30 บาท/กิโลกรัม และปริมาณไขมันเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 4.00 จะได้ราคาเพิ่มขึ้น 0.40 บาท/กิโลกรัม แต่ถ้าพบน้ำนมมีปริมาณไขมันน้อยกว่าร้อยละ 3.20 จะถูกหักราคาลง 0.40 บาท/กิโลกรัม ถ้ามีปริมาณไขมันร้อยละ 3.20-3.39 จะหักราคาลง 0.20 บาท/กิโลกรัม และหากปริมาณไขมันอยู่ในระดับร้อยละ 3.40-3.59 จะไม่มีการลดหรือเพิ่ม” เลขาธิการ มกอช.กล่าว
ในส่วนปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนย (SNF) ถ้าตรวจพบว่า ถ้ามีปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนยร้อยละ 8.50-8.69 จะได้ราคาบวกเพิ่มขึ้น 0.30 บาท/กิโลกรัม และปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนย เท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 8.70 จะได้ราคาเพิ่มขึ้น 0.60 บาท/กิโลกรัม หากมีปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนย น้อยกว่าร้อยละ 8.25 จะถูกหักราคา 0.40 บาท/กิโลกรัม ถ้ามีปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนยร้อยละ 8.25-8.34 ลดลง 0.20 บาท/กิโลกรัม อยู่ระหว่างร้อยละ 8.35-8.49 จะไม่มีการลดหรือเพิ่ม
ขณะเดียวกันยังพิจารณาราคารับซื้อน้ำนมโคตามคุณสมบัติของจุลินทรีย์ และจำนวนเม็ดเลือดขาว หากพบน้อยจะได้ราคาบวกเพิ่ม หากพบปริมาณมากจะถูกหักราคา โดยจะได้ราคาเพิ่มหรือลดไม่เกินกิโลกรัมละ 0.50 บาท นอกจากนี้ มิลค์บอร์ดยังสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP) หรือมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคนม (มกษ.6402) โดยจะได้ราคาบวกเพิ่มไม่น้อยกว่า 0.20 บาท/กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบันมีฟาร์มโคนมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP แล้ว จำนวน 6,656 ฟาร์ม จากทั้งหมด 16,260 ฟาร์มทั่วประเทศ ถือเป็นการใช้มาตรการด้านราคาเป็นแรงจูงใจให้เกิดการขับเคลื่อนด้านมาตรฐานฟาร์มเป็นสินค้าแรก
“การกำหนดมาตรฐานการรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบนี้ ถือได้ว่ามีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับน้ำนมโคครบวงจรตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค นับเป็นการยกระดับมาตรฐานอีกขั้นหนึ่งสำหรับการผลิตน้ำนมดิบของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสและอยู่ที่ฝีมือของเกษตรกรที่จะยกระดับคุณภาพการผลิตเพื่อให้ได้ราคารับซื้อเพิ่มขึ้น และต้องระมัดระวังไม่ให้มีปัญหาด้านคุณภาพ มิฉะนั้นจะถูกตัดราคาได้” นางสาวดุจเดือนกล่าว



