ข่าว

ส.ว.เล็งฟ้องศาลรธน.ยับยั้งร่างพ.ร.บ.กู้เงิน

ส.ว.เล็งฟ้องศาลรธน.ยับยั้งร่างพ.ร.บ.กู้เงิน

10 ส.ค. 2552

ส.ว.จอมแฉ เล็งฟ้องศาล รธน. ยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน หากวุฒิฯโหวตเห็นชอบ ชี้ พ.ร.บ.งบกู้ 4 แสนล้าน สุดชุ่ย- มั่ว . ด้าน“นิคม” เผย มี 61 ส.ว.จองถกร่างพรบ.เงินกู้ หนุนตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาซักข้อสงสัย ชี้เป็นการทำหน้าที่ไม่ใช่ประเด็นการเมือง

(10ส.ค.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา  เปิดเผย ว่า ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ พ.ศ. ...ของวุฒิสภา ซึ่งหากตนไม่สามารถโน้มใจ ส.ว.ให้โหวตคว่ำร่างดังกล่าวได้  ภายหลังร่างดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว  ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย  ตนจะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154  โดยใช้เสียงจาก ส.ส.และ ส.ว.ทั้งสองสภารวมกันไม่น้อยกว่าจำนวน 1 ใน10 เสนอต่อประธานวุฒิสภาไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างดังกล่าว เพราะเห็นว่าร่างดังกล่าวไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
 
 นายเรืองไกร กล่าวว่า   ตนเห็นว่าร่างดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา 167 เพราะร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แผนงานของโครงการในแต่ละรายการของการใช้งบประมาณใช้จ่ายงบประมาณไม่ชัดเจน เพราะเป็นการทำงบประมาณไม่มีที่มาที่ไปของการใช้งบ เปรียบเหมือนการตีเช็คเปล่า เป็นการทำงบประมาณ ชุ่ยและมั่ว  และไม่ผ่ายการตรวจสอบในวิธีการทางงบประมาณ  ตนจึงเห็นว่าไม่น่าจะชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

 ด้านนายนิคม  ไวยรัชพานิช  รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง  กล่าวว่า ขณะนี้มีส.ว.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายในร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงคลังกู้เงินฯจำนวน 61 คน ซึ่งจะให้เวลาคนละ 10 นาที ขณะที่รัฐบาลตอบข้อซักถาม 2 ชั่วโมง ดังนั้นคงจะเสร็จไม่เกินเที่ยงคืน ส่วนความเห็นก็เป็นสิทธิของแต่ละคนและขึ้นอยู่กับการชี้แจงของรัฐบาลว่าสามารถชี้แจงให้สมาชิกคลายข้อสงสัยและถูกใจหรือไม่ แต่ขณะนี้เสียงก็ก้ำกึ่งว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งขณะนี้วิปวุฒิได้เตรียมรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวไว้แล้ว หากที่ประชุมรับหลักการในวาระหนึ่ง ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 25 ส.ค.
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯอ้างถึงความจำเป็นและเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว นายนิคม กล่าวว่า เป็นหลักการที่ถูกต้อง หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการก็จะได้มีการซักถามข้อสงสัย แผนงานในโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีที่พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีการติดใจเรื่องการใช้จ่ายและยังไม่มีการดำเนินการ ดังนั้นจึงมีข้อสงสัยในเรื่องรายละเอียด และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น
 
 อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการช่วยรัฐบาลในการตรวจสอบ ชี้แนะ เพราะเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นนโยบายที่มีผลกระทบต่อประชาชน แนวทางที่จะใช้หนี้จะทำอย่างไร ตรงนี้ก็สำคัญ ไม่ใช่เป็นประเด็นการเมืองที่ต้องเอาชนะคะคานกันแต่เป็นเรื่องของเหตุผล