
"มีชัย"เล็งส่งจม.ถึงองค์กรอิสระเพื่อร่างกม.ลูก รอรธน.ใหม่
มีชัย” เล็งส่งจม.ถึงองค์กรอิสระเพื่อร่างกม.ลูกที่เกี่ยวข้อง ระหว่างรอรธน.ใหม่ รับหนักใจร่างกม.ว่าด้วยที่มาส.ว แนะ “สนช.” ที่หวังเป็นส.ส.-ส.ว.ลาออกก่อน ลดครหา
10 ส.ค.59 -- นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมกรธ. เพื่อพิจารณาแนวทางการทำงานของกรธ. ต่อประเด็นการแก้ไขบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญส่วนบทเฉพาะกาลให้สอดคล้องกับคำถามประกอบการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และการทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า ในวันที่ 10 ส.ค. นี้ กรธ.จะส่งจดหมายไปยังองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ อาทิ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้เตรียมเขียนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรให้สอดคล้องกับบทบัญญัติที่ปรับใหม่ในร่างรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นอาจให้เวลาดำเนินการ 1-2 เดือน และให้ส่งกลับมายังกรธ. เพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวยอมรับว่าเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งตนคาดหวังว่า จะไม่มีผู้ใดทักท้วงว่าเป็นการทำร่างกฎหมายไว้ล่วงหน้า แต่หากมีคนทักท้วงตนจะสั่งให้หยุดดำเนินการทันที และกลับไปใช้เวลาทำร่างกฎหมายลูกให้เต็มจำนวน 240 วันที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด
“กรณีที่นายกฯ ระบุให้ทำกฎหมายลูกซึ่งสำคัญต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส. ให้เสร็จภายใน 2-4 เดือนนั้น คงไม่สามารถทำได้ เพราะการทำกฎหมายแต่ละฉบับต้องใช้เวลาพิจารณา แม้จะมีกฎหมายลูกฉบับเดิมใช้อยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีบทเปลี่ยนแปลงต้องแก้ไขให้สอดคล้อง รวมถึงต้องคิดให้รอบคอบและรับฟังความเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ลองคิดดูแม้แต่ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยงบประมาณ ที่ต้องเข้าสภาทุกปี ยังได้เวลาพิจารณาถึง 90 วัน”นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวยอมรับด้วยว่า มีความหนักใจต่อการทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ต้องบัญญัติเนื้อหาใหม่ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนด โดยเฉพาะกลไกที่ต้องออกแบบเพื่อให้การแบ่งกลุ่มขอส.ว.เป็น 20 กลุ่มเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิสมัครรับเลือก รวมถึงการดำเนินการเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด มาถึงระดับประเทศ ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าพรรคการเมืองนั้นสามารถนำกฎหมายลูกที่มีอยู่มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข แต่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ คือ การวางแนวทางให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในพรรคการเมือง แต่ต้องไม่สร้างความลำบากให้พรรคการเมืองในกรณีที่ต้องเรียกสมาชิกทั้งหมดมาประชุม เป็นต้น ขณะที่ประเด็นว่าด้วยให้พรรคการเมืองจดทะเบียบพรรคใหม่ หรือเซ็ทซีโร่นั้น กรธ. ไม่มีแนวคิด แต่หากถามว่า จะมีเงื่อนไขเป็นไปได้หรือไม่ ส่วนตัวมองว่า อยู่ที่การกำหนดคุณสมบัติ ของสมาชิกพรรคการเมือง เพราะในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติมีบทบัญญัติที่ปรับปรุงจากกฎหมายฉบับเดิมที่ใช้อยู่
“ที่สอบถามถึงประเด็นเรื่องการเซ็ทซีโร่พรรคการเมืองนั้น พวกผมยังไม่ได้พิจารณา ซึ่งกรณีนี้ต้องรับฟังความเห็นของนักการเมืองด้วย หากเขาต้องการให้เซ็ทซีโร่กันมากๆ ก็ต้องรับมาพิจารณา ส่วนแนวคิดเซ็ทซีโร่พรรคการเมืองที่มองกันว่าเพื่อไม่ให้พรรคใดได้เปรียบไปมากกว่ากัน ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะพรรคเก่าเขาก็มีฐานเสียง ส่วนพรรคใหม่ที่ไม่มีฐานเสียงก็ไม่มีอยู่ดี” นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย ยังกล่าวถึงประเด็นของการขจัดส่วนได้ส่วนเสียต่อการพิจารณากฎหมายลูกฉบับใหม่ ว่า ในส่วนของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งใจจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. หรือรู้ตัวว่าจะได้รับเลือกเป็นส.ว. ควรลาออกจากตำแหน่ง ภายใน 3 เดือนหลังจากที่รัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ เพื่อไม่ให้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการพิจารณาร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. ขณะที่กรรมการในองค์กรอิสระที่จัดทำร่างกฎหมายลูกนั้น ซึ่งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้กรรมการองค์กรอิสระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเพื่อออกกฎหมายลูก แต่การจะพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ให้เขียนไว้ในร่างกฎหมายลูก ดังนั้นกรณีที่กรรมการในองค์กรอิสระจะพ้นตำแหน่งไปหรือไม่ ตนมองว่าจะใช้คุณสมบัติของกรรมการเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา ส่วนคณะกรรมการองค์กรอิสระชุดใดจะพ้นตำแหน่งเป็นบุคคลหรือเป็นคณะกรรมการทั้งชุดนั้น ต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง



