
น้ำตาซึม เจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์โดยผู้รับหัวใจจากพ่อ
เจ้าสาวขอให้ชายที่ได้ชีวิตใหม่จากการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจจากพ่อของเธอเอง พาเดินเข้าโบสถ์
เจนี สเตเพียน กลายเป็นเจ้าสาวหมาดๆที่โด่งดังไปทั่วโลก จากภาพใบหน้าเปี่ยมสุขของเธอขณะเดินเข้าโบสถ์นอกเมืองพิตสเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา โดยสุภาพบุรุษที่ทำหน้าที่พาเจ้าสาวส่งมอบเจ้าบ่าว เป็นผู้ที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจจาก ไมเคิล สเตเพียน พ่อของเธอเอง
แม้ว่าสูญเสียพ่อจากเหตุฆาตกรรมโหดเหี้ยมเมื่อ 10 ปีก่อน แต่สเตเพียน ครูโรงเรียนประถมวัย 33 ปี ต้องการให้หัวใจของพ่อได้มาร่วมงานวิวาห์ของเธอด้วย จึงได้ขอให้ อาร์เทอร์ โทมัส อดีตที่ปรึกษาวิทยาลัย พาหัวใจของพ่อมาร่วมงานแทน
เจ้าสาวเผยกับเอบีซี นิวส์ หลังเข้าพิธีแต่งงานที่โบสถ์แห่งเดียวกับพ่อแม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า นั่นเป็นวันดีที่สุดในชีวิตของเธอเลย
โทมัส วัย 72 ปี กล่าวว่า เมื่อราว 2 เดือนที่แล้ว ได้รับจดหมายจดหมายจากเจนี แนะนำตัวว่าเป็นลูกสาวของเจ้าของหัวใจที่อยู่ในตัวของผม และจะสะดวกหรือไม่หากว่าผมและภรรยา แนนซี จะมาร่วมงานแต่งงานของเธอ และเธอจะมีความสุขมากหากผมเป็นคนที่พาเธอเดินเข้าโบสถ์
(ภาพ Youtube/CBS Evening News )
ทั้งสองเข้าสวมกอดกันเมื่อได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรกในพิธีซ้อมก่อนวันงานหนึ่งวัน โทมัส เล่าว่า เขาถามสเตเพียนว่าอยากสัมผัสกับชีพจรของเขาหรือไม่ ซึ่งเธอได้ใช้มือแตะที่หัวใจของเขา เป็นวินาทีที่สวยงามและอบอุ่นมาก
หลังจากพาเดินไปถึงแท่นพิธี โทมัสจับมือของเจ้าสาวมาแตะหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ก่อนส่งตัวให้กับ เจ้าบ่าว พอล เมนเนอร์ วิศวกรวัย 34 ปี
เจ้าสาวได้กล่าวขอบคุณทั้งน้ำตาที่โทมัสเดินทางมาร่วมในวันสำคัญ และทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับพ่อมากที่สุดแล้ว นับจากที่พ่อจากไปในวัยเพียง 53 ปี จากเหตุคนร้ายปล้นและยิงเสียชีวิตขณะกลับจากทำงาน สื่อในสหรัฐรายงานว่า ฆาตกรเป็นวัยรุ่นและถูกศาลตัดสินจำคุก 40 ปี
ภรรยาและลูกสาวของไมเคิล ตัดสินใจบริจาคอวัยวะให้กับ โทมัส พ่อลูกสี่จากเมืองลอว์เรนซ์วิล รัฐนิวเจอร์ซี ที่กำลังป่วยหนักเป็นตายเท่ากันจากภาวะหัวใจวาย
หลังผ่าตัด 2 วันในปี 2549 เขาลุกเดินได้ และกลับบ้านได้ใน 10 วันถัดไป จากนั้น 6 เดือน ออกไปเล่นสกีได้ และต่อมา ได้เขียนจดหมายมาขอบคุณครอบครัวนี้
ศูนย์บริจาคอวัยวะและการศึกษา ( คอร์ ) ซึ่งอนุญาตให้ผู้รับและครอบครัวที่บริจาคติดต่อกันได้หากต้องการ ทั้งสองครอบครัวจึงติดต่อกันเรื่อยมาทางโทรศัพท์ แต่หลังจากนี้ โทมัส กล่าวว่า หวังจะทำงานร่วมกับครอบครัวของสเตเพียน เพื่อรณรงค์เรื่องการบริจาคอวัยวะต่อไป เขากล่าวว่า ครอบครัวที่ให้ชีวิตแก่ใครบางคนที่ไม่รู้จักในช่วงเวลามืดมิดที่สุด เป็นเรื่องที่วิเศษอย่างยิ่ง
ด้าน ศูนย์บริจาคอวัยวะ หวังว่าความประทับใจจากเรื่องราวของการให้และรับของสองครอบครัว จะช่วยกระตุ้นความมุ่งมั่นตัดสินใจลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคต่อชีวิตแก่ผู้อื่น



