
"กล้วย"ปลูกง่าย รายได้ดี! ตลาดต้องการสูง!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
สุเมธี ทิพย์อาสน์
“กล้วย”เป็นพืชที่อยู่คู่วิถีชีวิตคนไทยมานานนับศตวรรษ ตั้งแต่อดีตถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะตามชนบทเกือบทุกหลังคาเรือนจะปลูกกล้วยไว้กินกันแทบทุกบ้าน
เช่นเดียวกับ สุเมธี ทิพย์อาสน์ เกษตรกรหนุ่มที่ทำงานรับดูแลสวนยางพาราให้กับชาวสวนยางในพื้นที่ภาคอีสานคือที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น และ อ.เอราวัณ จ.เลย เขาจึงมีโอกาสใช้พื้นที่รอบบ้านพักปลูก”กล้วยน้ำว้า”ไว้กินเอง ใช้เลี้ยงนก และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่เหลือก็นำไปขายบ้าง
สุเมธี ทิพย์อาสน์ เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 25 ปี เล่าว่า ด้วยทำงานรับดูแลสวนยางพาราทั้งสองแห่ง ทำให้ในทุกๆวันจะเห็นพ่อค้าคนกลางมารับซื้อกล้วยน้ำว้าที่ จ.เลย ไปขายส่งยังจังหวัดต่างๆ เขาจึงเกิดแนวคิดขอใช้พื้นที่ว่างของชาวสวนยางปลูกกล้วยน้ำว้าแซมในพื้นที่ เพื่อเป็นรายได้เสริม เริ่มจาก 4-5 ไร่ ต่อเมื่อกล้วยให้ผลผลิตจึงขายส่งให้พ่อค้าคนกลางเหล่านี้ ในราคาหวีละ 10-15 บาท
“เริ่มปลูกอย่างจริงจัง เมื่อปี 2555 ได้เจอกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อกล้วยทุกชนิด จึงพูดคุยกันเรื่องการ ตลาดและราคาโดยผมจะเป็นคนป้อนผลผลิตกล้วยให้ จึงตกลงกันที่ราคาหวีละ 15-18 บาท ทำให้ผมตัดสินใจปลูกกล้วยอย่างจริงจัง”
จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ทำให้พื้นที่ทางการเกษตรของภาคกลางได้รับความเสียหาย เป็นแรงส่งให้ผลผลิตกล้วยจากการปลูกแซมเพื่อเป้าหมายสร้างรายได้เสริมช่วงแรกไม่พอกับความต้องการของตลาดที่มีสูงมาก เพราะ”กล้วย”แม้จะเป็นไม้ผลพื้นๆ ทว่า มีประโยชน์ทั้งต้น สามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง
ผ่านไปกว่าขวบปี สุเมธี จึงวางระบบการปลูกกล้วยเชิงธุรกิจ บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ทั้งที่ จ.เลย และ จ.ขอนแก่น ทั้งระบบน้ำ วางระบบการเพาะปลูกให้มีผลผลิตขายตลอดทั้งปี ศึกษาด้านการตลาด รวมถึงการดูแลรักษาป้องกันศัตรูพืชแบบชีวภาพให้ครอบคลุม
ทั้งสองแห่ง เขาเลือกปลูกกล้วย 3 สายพันธุ์ คือกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยหอมอีสาน ซึ่งแต่ละพันธุ์พ่อค้าแม่ค้ามีความต้องการต่างกัน การปลูกหลายสายพันธุ์จึงเป็นเพิ่มความต้องการของตลาด
โดยกล้วยน้ำว้านำไปแปรรูป กินผลสด ส่วนกล้วยหอมจะปลูกให้ทันขายช่วงตรุษจีน และกล้วยหอมอีสานที่นิยมนำไปแปรรูป เช่น กล้วยตาก กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยอบเนย กล้วยเบรกแตก เป็นต้น
สำหรับการปลูกให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวตลอดทั้งปี สุเมธี บอกว่า ต้องปลูกห่างกัน 1 เดือน และในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูก 200 ต้นขึ้นไป กล้วยเป็นพืชที่มีใบยาว ต้องปลูกให้มีระยะห่างไม่ให้ใบเกยกันเพื่อให้ใบรับแสงแดด และ มีพื้นที่แตกหน่อ
ระยะที่นิยมปลูกคือ คือ 4x4 เมตร 3x2 หรือ 3x3 เมตร ขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกร จากนั้นให้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอกเป็นหลัก ให้น้ำอย่างพอเพียง
“ผมแนะนำให้ใช้ต้นพันธุ์แบบเพาะเนื้อเยื่อมาปลูก เพราะเติบโตเร็ว โรคและแมลงน้อยกว่าการปลูกแบบหน่อพันธุ์ สะดวกในการขนย้าย เมื่อกล้วยออกปลีใส่ปุ๋ยคอกทันที”
ถึงวันนี้ บนพื้นที่กว่า 50 ไร่กับการปลูกกล้วย 3 สายพันธุ์แซมในสวนยางของสุเมธี เขามีผลิตผลขายส่งสัปดาห์ละ 3 ตัน หรือกว่า 7,000 หวี
แปลงเพาะกล้าหน่อกล้วย (เพาะเยื่อ)
ขณะเดียวกันเขาก็ผันตัวเองเป็นพ่อค้ารับซื้อกล้วยจากเกษตรกรในราคายุติธรรม ควบคู่การสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกล้วยอินทรีย์ พร้อมๆกับคิดค้นสูตรน้ำหมักชีวภาพ สารปราบแมลงศัตรูพืชชีวภาพ เพิ่มปริมาณผลผลิตกล้วย โดยเป้าหมายกล้วย 1 เครือต้องมี 15-18 หวี
“การปลูกไม้ผลประเภทอื่น อาจต้องการการดูแลมากกว่า บางชนิดมีโรคและแมลงต้องใช้สารเคมีกำจัด และให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง ต่างกับปลูกกล้วยที่อาจต้องดูแลมากกว่าปลูกตามบ้านเรือนทั่วไปก็จริง แต่ยังง่ายกว่ามาก ทว่า สิ่งสำคัญกว่าคือการวางระบบเพาะปลูกเพื่อให้มีขายได้ตลอดปี ส่วนตลาดไปได้ดีมาก ปลูกแล้วมีที่ขายแน่นอน”เกษตรกรหนุ่ม กล่าว
ปัจจุบันสุเมธี ได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง เพาะต้นพันธุ์กล้วยหลากสายพันธุ์และเพาะเนื้อเยื่อเพื่อจำหน่าย ทำธุรกิจกล้วยครบวงจร ทั้งปลูก รับซื้อผลผลิต พร้อมๆกับรวบรวมความรู้ ประสบการณ์เรื่องกล้วยของตัวเองเป็นข้อมูลความรู้จัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม แจกให้เกษตรกรที่สนใจเพื่อเป็นแนวทางในการปลูก
ทั้งเปิดเฟสบุ๊ค ใช้ชื่อว่าเพจ ปลูกกล้วยแก้จน ไว้สื่อสารกับผู้ที่สนใจปลูกกล้วย อนาคตได้เตรียมพื้นที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเป็นศูนย์เรียน รู้การปลูกกล้วยแก้จนสำหรับเกษตรกรและประชาชนที่สนใจ อีกทั้งการแปรรูปกล้วยเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อเพิ่มมูลค่า
อย่างไรก็ตาม ท่านที่อยากทราบรายละเอียดขั้นตอน วิธีการปลูก และสอบถามเรื่องอื่นๆอันเกี่ยวกับกล้วย ให้โทรสอบถามเขาได้โดยตรงที่เบอร์ 093-3799047 หรือจะเดินทางไปดูศึกษาจากของจริงเชิญที่ 124 หมู่ 3 ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย เขายินดีให้ความรู้กับทุกๆคน



