จัดรูปที่ดิน“บ้านตาลเสี้ยน”วิถีสร้างเกษตรกรเข้มแข็ง!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
เลี้ยงหมู
เข้าสู่ปีที่ 3 ภาพแห่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเชิงการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นหากประเมินจากครอบครัวของนายอุดม บริรักษ์ วัย 46 ปี กรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตาลเสี้ยน ต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และชาวบ้านเพราะเป็นที่มาของการขับเคลื่อนเกษตรทฤษฏีใหม่
ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเปลี่ยนอาชีพ จากทำนาขยายมาขุดบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกพืชระยะสั้นใช้น้ำน้อย ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืน กลไกที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการบรรจุให้พื้นที่บ้านตาลเสี้ยนอยู่ในโครงการจัดรูปที่ดิน มีสำนักจัดรูปที่ดินกลาง สังกัดกรมชลประทาน เข้ามาพัฒนาผ่าoโครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก รวมทั้งเกิดภาคีเครือข่ายในรูปภาคประชาชนเป็นผู้นำ รัฐเป็นผู้สนับสนุน
ปลูกพริกไทย
นายอุดม บริรักษ์ กรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตาลเสี้ยน กล่าวว่า โครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนฯ ภายใต้โครงการจัดรูปที่ดิน ที่เกิดขึ้นกับบ้านตาลเสี้ยน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์ มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ จากเดิมที่ทำนาอย่างเดียวก็ขยายไปสู่สาขาเกษตรอื่น ภายใต้แนวทางการจัดสรรทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นายธนกฤติ ศรีบุญมา คณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตาลเสี้ยน กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ถือว่ามีส่วนสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพของคนในชุมชน สามารถสร้างวิธีคิดให้กับกลุ่มผู้ใช้น้ำ ชาวบ้านในพื้นที่ ที่เห็นได้ง่ายจากโครงการนี้คือ ขุดบ่อพักน้ำไว้สำหรับทำเกษตรในพื้นที่นา ปลูกคะน้า ผักชี ดอกมะลิ รวมไปถึงการปลูกดีปลี ที่ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่ใช้น้ำน้อย
คณะกรรมการฯประชุมวางแผนทำงาน
นายวัฒนา สีรี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตาลเสี้ยน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ เป็นที่มาของการหันไปสู่การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะจากฝนแล้งทำให้มีน้ำไม่เพียงพอที่จะใช้ทำนา เกษตรกรบ้านตาลเสี้ยนจึงหันปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ทั้งมะลิ ชะอม กล้วย มะนาว ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น
โครงการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนฯ ภายใต้สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน ทำให้ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ เกิดกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เรียนรู้ระหว่างเกษตรกรกับภาครัฐ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติจริง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ทำให้กลุ่มผู้ใช้น้ำสามารถพัฒนาเกษตรตามแนวทางชุมชนของตนเอง ร่วมกันคิดออกแบบระบบจัดการน้ำ ดูแลบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะก่อให้เกิดการตระหนักถึงคุณค่าของน้ำ ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร รายได้ และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี
ด้านนายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง กรมชลประทาน กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการขึ้นสู่ปีที่ 3 มุ่งเน้น ไปที่หลักทำงานแบบมีส่วนร่วม การบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน เกิดผลที่เป็นรูปธรรมด้านเศรษฐกิจ สร้างกลุ่มอาชีพเกษตรที่หลากหลาย ที่สำคัญเกิดการมีส่วนร่วมทั้งเกษตรกร ภาคีเครือข่ายอย่างแท้จริง



