
เงินอัดฉีด
ถึงเวลาหรือยังที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องหันมาทบทวนระบบการ ‘อัดฉีด’ เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือทำลายอนาคตของนักกีฬา
ในอดีตกว่าที่นักกีฬาของไทยจะมีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งมวยสากลสมัครเล่นมีการผ่อนคลายข้อกำหนดของตัวนักมวยลง นักมวยที่เคยขึ้นชกมวยไทยอาชีพสามารถเข้าร่วมการแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่นได้ นักกีฬาของไทยจึงมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกมากขึ้น และมวยสากลสมัครเล่นยังเป็นกีฬาประเภทแรก ที่ทำให้ประเทศไทยได้เหรียญจากการร่วมแข่งขันโอลิมปิกอีกด้วย
จากเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนี่เอง ที่ทำให้เกิดค่านิยมเรื่องของการ “อัดฉีด” ขึ้นมา นักกีฬาที่ได้รับชัยชนะแต่ละระดับรางวัลก็จะได้เงินก้อนใหญ่ จากรัฐบาลและเอกชนมอบให้เป็นของขวัญพิเศษ แน่นอนว่าจำนวนเงินและของรางวัลที่ได้รับมีมูลค่ารวมกันหลายสิบล้านบาท และยังส่งผลให้กระแสการอัดฉีดด้วยเงินสดและสิ่งของแพร่หลายไปยังการแข่งขันกีฬาสมัครเล่นระดับอื่นๆ อีกด้วย
นักกีฬาหลายคนที่คว้าชัยชนะได้รับทั้งเงินสดและของรางวัลมูลค่ารวมกันหลายสิบล้านบาท ทำให้กลายเป็นคนมีเงินทองและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นที่มาของฉายา “เสี่ย” ของนักกีฬาหลายคน แต่เป็นเสี่ยที่ความเป็นเสี่ยอยู่ได้ไม่นานวันนัก และแถมยังเป็นเสี่ยที่ทำลายอนาคตในทางการกีฬาของตนเองลงไปอีกด้วย
เพราะความที่ไม่เคยได้จับต้องเงินทองจำนวนมากมายมาก่อน และด้วยความที่ครั้งยังเป็นนักกีฬาไต่เต้าต้องยอมอดทนกับการควบคุมน้ำหนัก การมีวินัยต่อตารางการใช้ชีวิตที่ต้องห่างจากอบายมุข เมื่ออยู่ๆ เกิดเป็นเสี่ยมีเงินทองในกระเป๋าสามารถจับจ่ายใช้สอยได้คล่องมือ ธรรมชาติของมนุษย์ก็กระตุ้นให้เกิดกิเลสที่จะละเลยต่อวินัยและความอดทน ยิ่งมีคนเข้ามารุมล้อมยกยอปอปั้นต่างๆ นานาก็ยิ่งเตลิดไปกับแสงสีเสียงได้ง่ายขึ้น นักกีฬาจึงกลายเป็นคนที่สามารถทำให้เงินจำนวนนั้นละลายหายไปได้ในชั่วเวลาสั้นๆ
ถึงเวลาหรือยังที่ภาครัฐและเอกชนจะต้องหันมาทบทวนระบบการ “อัดฉีด” เพื่อที่จะไม่ให้การอัดฉีดกลายเป็นเครื่องมือทำลายอนาคตของนักกีฬา ทั้งจากชีวิตจริงและจากความเป็นนักกีฬาผู้มีความสามารถยังมีอนาคตไปได้อีกไกล
ควรหรือยังที่จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อดูแลการจับจ่ายใช้สอยเงินอัดฉีด คอยกำกับดูแลทยอยจ่ายให้เมื่อนักกีฬาต้องการเงินไปใช้เพื่อความจำเป็นต่อการยังชีพ หรือคอยให้คำปรึกษาในการนำเงินอัดฉีดนั้นไปสร้างให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น หรือแม้แต่เมื่อนักกีฬาหรือครอบครัวต้องการนำเงินอัดฉีดนั้นไปลงทุนทำธุรกิจเพื่ออนาคต ก็ควรต้องมีทีมงานให้คำปรึกษาและให้ความรู้ต่อธุรกิจนั้นๆ อย่างจริงจังตรงไปตรงมา หรือแม้แต่การเก็บออมเงินไว้ ก็ต้องหาทางทำให้เงินอัดฉีดก้อนนั้นมีดอกผลงอกเงยขึ้นอย่างมั่นคงต่อไปด้วย
หากทุกฝ่ายยังคงปล่อยให้นักกีฬารับเงินอัดฉีดจำนวนมาก เอาไปไว้กับตนเอง โดยปราศจากการควบคุมหรือให้คำปรึกษา เงินอัดฉีดจำนวนมากเหล่านั้นก็คงไม่ต่างไปจากลูกระเบิด ที่เรามอบให้เด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้ถึงภัยร้ายแรงของมันถือไว้ในมือ วันหนึ่งเมื่อเด็กเกิดดึงสลักระเบิดขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กคนนั้นก็จะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือที่เราพูดกันบ่อยๆ ว่า ไม่ต่างอะไรกับ “คนป่าที่มีปืน” นั่นเองครับ
---------------------------------
(คอลัมน์ ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด : เงินอัดฉีด : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



