
เร่งพัฒนาภูมิ"สมาร์ทฟาร์มเมอร์"เชื่อมเครือข่าย-สถาบันเกษตรกร
เร่งปฏิรูปภาคเกษตรไทยใน 7 เรื่อง มุ่งเกษตรกรเป็นศูนย์กลางขยายผลเกษตรพอเพียงให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน ควบคู่พัฒนาภูมิเกษตรกรเป็น"สมาร์ท ฟาร์มเมอร์"
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“การปฏิรูปภาคเกษตรไทย”ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการผลการพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ปี 2559 ณ กรมส่งเสริมการเกษตร ว่ารัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาคเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของไทย จึงมีนโยบายพัฒนาภาคการเกษตรในหลายมิติ รวมทั้งการปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาของเกษตรกรใน 7 เรื่อง
ผลิตผลการเกษตร จากกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 7 จังหวัดภาคใต้
1.บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมโดยกำหนดเขตที่เหมาะสมเพื่อการผลิตสินค้าเกษตรเชิงรุกของทุกจังหวัด โดยใช้แผนที่เกษตรเพื่อแนะนำให้เกษตรกรเลือกพืชปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่
2.ศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร 882 ศูนย์ ดำเนินการในอำเภอละ 1 ศูนย์
3.รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้นำองค์ความรู้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ โดยความร่วมมือระหว่างเกษตรกร รัฐ และเอกชน
4.สนับสนุนให้เกษตรกรผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด และยกระดับสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานสากล
พิชัย ดอนกลาง จ.นครราชสีมา : เกษตรกรสมาร์ทฟาร์มเมอร์
5.ธนาคารสินค้าเกษตร โดยการรวมกลุ่มของเกษตรกรที่มีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งปัจจัยการผลิตในชุมชน
6.ขับเคลื่อนงานสู่การปฏิบัติ โดยอาศัยทำงานเป็นทีมผ่านระบบ Single Command และ
7.กำหนดให้ ปี 2559 เป็นปีลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า การปฏิรูปภาคการเกษตรจะสำเร็จได้ ต้องให้ความสำคัญกับเกษตรกร มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ได้แก่กลุ่ม Young Smart Farmer กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตร กลุ่ม Smart Farmer รวมถึงวิสาหกิจชุมชน
เอกสิทธิ์ จันทกลาง จ.ลำพูน : เกษตรกรยุคใหม่ 'สมาร์ท ฟาร์เมอร์
โดยขยายผลการทำเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน สามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ ก่อให้เกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ควบคู่พัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรที่เป็น Smart Farmer เชื่อมโยงเครือข่ายเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร อีกทั้ง ส่งเสริมการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนให้เห็นผลในทางปฏิบัติ โดยดำเนินกิจกรรมการเกษตรที่เกื้อกูลประโยชน์ต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ



