
จักรพรรดิญี่ปุ่นหวั่นพระพลานามัยกระทบทรงงาน ส่งนัยสละราช
สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น มีพระราชดำรัสประวัติศาสตร์ถึงพสกนิกร หวั่นพระทัยพระพลานามัยอ่อนแอลง ไม่เอื้อทำหน้าที่ ส่งนัยยะประสงค์สละราชสมบัติ
เมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น (13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) สมเด็จพระจักรรดิ อากิฮิโตะ แห่งญี่ปุ่น ทรงมีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์โดยบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า มีเนื้อหาเป็นนัยถึงพระราชประสงค์สละราชสมบัติ โดยตรัสว่า พระองค์ทรงวิตกในพระพลานามัยที่อ่อนแอลง และพระชนมายุของพระองค์เอง อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขของรัฐ และพระองค์ปรารถนาให้ภารกิจของสมเด็จพระจักรพรรดิ ดำเนินต่อเนื่องโดยไม่สะดุด
พระราชดำรัสครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เป็นพระราชดำรัสโดยตรงต่อพสกนิกรครั้งที่สองของพระจักรพรรดิ์อากิฮิโตะ ครั้งก่อนมีขึ้นหลังแผ่นดินและสึนามิทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อปี 2554
( ชาวญี่ปุ่นทั้งประเทศหยุดฟังพระราชดำรัสครั้งประวัติศาสตร์ ภาพ AFP )
แม้พระองค์ไม่ได้ตรัสแบบชัดเจน และไม่ได้เอ่ยถึงคำ "สละราชสมบัติ" แต่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น แสดงความเห็นต่อพระราชดำรัสทันทีว่า รัฐบาลจะรับไปพิจารณาหารือว่าจะสามารถดำเนินการสิ่งใดได้บ้าง เมื่อพิจารณาจากพระชนมายุและภาระหน้าที่ของพระองค์
ญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายว่าด้วยการสละราชบัลลังก์ และจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อการนี้
ข่าวการสละราชสมบัติของพระองค์ที่แพร่ออกมาในตอนแรกแต่สำนักราชวังออกมาปฏิเสธในวันถัดไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้พสกนิกรตกอยู่ในอาการช็อค แต่ต่อมา ส่วนใหญ่ขานรับด้วยความยินดีที่สมเด็จพระจักรพรรดิ ที่มีพระชนมายุ 82 พรรษาแล้ว จะได้พักผ่อนหลังทรงงานและประกอบพระราชกรณียกิจมาอย่างยาวนาน
สำนักข่าวเกียวโด รายงานผลสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ชาวญี่ปุ่นเกือบ 90 % เห็นว่าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงงานหนักเกินไป และกว่า 85 % เห็นว่า ควรมีกฎหมายรองรับการสละราชสมบัติ ให้แก่พระองค์และผู้สืบสันติวงศ์ในอนาคต
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงมีพระชนมายุ 11 พรรษาเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่สองปิดฉาก หลังขึ้นสืบบัลลังก์จากพระราชบิดา เมื่อปี 2532 สมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ ทรงนำพาราชวงศ์ใกล้ชิดสาธารณชนมากขึ้น รวมถึงการอภิเษกสมรสกับสามัญชน ดำรงราชฐานะประมุขเชิงสัญลักษณ์ตามรัฐธรรมนูญใฝ่สันติในยุุคหลังสงคราม ทรงพยายามสร้างความสมานฉันท์และเยียวยาบาดแผลจากสงครามที่กระทำในนามของพระราชบิดา ด้วยการเสด็จเยือนสถานที่ต่างๆที่เคยเป็นสมรภูมิดุเดือด รวมถึงเกาะโอกินาวา ไซปัน เกาะปาเลาและฟิลิปปินส์
พระราชดำรัสเป็นนัยถึงการสละราชสมับัติ มีขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นเดือนอ่อนไหวแห่งการรำลึกประวัติศาสตร์ขมขื่น ญี่ปุ่นเพิ่งรำลึกการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ถล่มฮิโรชิมา เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ส.ค. และจะรำลึกอีกครั้งที่เมืองนางาซากิ ในวันอังคารที่ ส.ค. ก่อนที่ในวันจันทร์หน้า 15 ส.ค. ญี่ปุ่นจะรำลึกครบรอบ 71 ปีแห่งความพ่ายแพ้สงคราม ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระจักรพรรดิ์จะมีพระราชดำรัสประจำปี



