ข่าว

น.9ยึด'มือถือ-วิทยุสื่อสาร'จราจรห้ามเล่นโซเชียล

น.9ยึด'มือถือ-วิทยุสื่อสาร'จราจรห้ามเล่นโซเชียล

08 ส.ค. 2559

บก.น.9 เอาจริงยึดโทรศัพท์-วิทยุสื่อสาร ตร.จราจร ห้ามเล่นโซเชียล นำคุมตู้ไฟ-นั่งรถดูงานพื้นที่จราจรคับคั่ง

               เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.วันชัย อยู่แสง รอง ผบก.น.9 เปิด “โครงการสร้างจิตสำนึกเจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรนั่งรถตู้ดูงานการควบคุมสัญญาณไฟจราจรและการจัดการจราจร ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน” โดยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรทุกโรงพักในสังกัด บก.น.9 นั่งรถตู้ไปศึกษาดูงานการควบคุมสัญญาณไฟจราจรและการจัดการจราจร ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน ตั้งแต่วันที่ 8-15 ส.ค.59
               พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟ มีวงรอบการใช้ชีวิตที่จำเจเหมือนเดิมทุกวัน คือ ตื่นเช้าไปเข้าแถว จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์ไปประจำป้อม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ รอเวลาพักทานข้าว รอเวลาไปตั้งด่าน รอพัก และออกมาทำหน้าที่ตามป้อมควบคุมสัญญาณไฟอีกครั้งในช่วงเย็น ดังนั้นจึงอาจไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้ที่ใช้ยวดยานพาหนะที่ต้องติดอยู่ในรถ จนเป็นที่มาของคำว่ามีตำรวจจราจรที่ไหนรถติดที่นั่น ซึ่งข้อเท็จจริงการทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟ ผู้ปฏิบัติต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่ใช่กดระบบออโตเมติกแล้วตัวเองนั่งดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ หรือนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ตู้ควบคุมสัญญาณ จึงเป็นที่มาของโครงการนี้ 
               "เราจะนำตำรวจจราจรผู้ทำหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟนั่งรถตู้ออกจาก บก.น.9 ตั้งแต่เช้า ไปดูสภาพรถติดในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน โดยทำการยึดโทรศัพท์มือถือ วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดเอาไว้ ไม่ให้เล่นไลน์ เฟซบุ๊ก หรือแอพลิเคชั่นอื่นๆ แม้กระทั่งตามจับโปเกม่อนที่กำลังนิยม เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่ต้องติดคาอยู่ในรถอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตรควบคุมไปด้วย ซึ่งการนั่งรถตู้ไปดูงานในกรุงเทพมหานครชั้นใน จะมีการสอดแทรกความรู้ด้านอื่นๆจากผู้บังคับบัญชาที่นั่งรถไปด้วย เช่น การวางแผนงานจราจร บอกถึงวิธีการควบคุมสัญญาณไฟที่ได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานสากล อาทิ การเปิดสัญญาณไฟจราจรสีแดงต้องไม่ให้เกินฝั่งละ 4 นาที หรือผู้ปฏิบัติควรทำอย่างไรให้รถฝั่งที่ได้รับสัญญาณไฟเขียวผ่านทางร่วมทางแยกให้ได้รวดเร็วที่สุด นอกจากนี้ยังถือเป็นการเดินทางไปศึกษาเรียนรู้สภาพพื้นที่การจราจรของหน่วยข้างเคียง ดูปัญหา อุปสรรค และวิธีการปฏิบัติงานของเพื่อนตำรวจต่างกองบังคับการ" ผบก.น.9 กล่าว
               พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การดำเนินโครงการนี้ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ศึกษาทำความรู้ความเข้าใจสภาพปัญหาของการจราจรในพื้นที่อื่นๆ แล้วนำระบบการวางแผนการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่หน่วยงานข้างเคียงมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องสัมพันธ์กัน อันจะทำให้การแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.น.9 ซึ่งอยู่บนถนนสายหลักหลายเส้นทางบริเวณรอบนอกกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีแนวสัมพันธ์กับพื้นที่ข้างเคียงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดร่วมกัน