ข่าว

"สำนักบังคับคดีอาญาฯ"หน่วยไล่ล่าผู้ต้องหา

"สำนักบังคับคดีอาญาฯ"หน่วยไล่ล่าผู้ต้องหา

10 ส.ค. 2552

หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้อนุมัติจัดตั้ง "สำนักงานบังคับคดีอาญาและการบังคับใช้กฎหมาย" โดยเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยมีภารกิจติดตามตัวผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับทั้งในและต่างประเทศ

 ทำให้ถูกมองว่าการตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ ขึ้นมา เพื่อติดตามตัว "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคำสั่งศาลอยู่ที่ต่างประเทศ 
  "ธาริต เพ็งดิษฐ์" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การจัดตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญาและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อดูแลให้มีการปฏิบัติและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีระบบอำนวยความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับทุกกลุ่ม

 นอกจากนี้ "ธาริต" เพิ่มเติมอีกว่า สำนักงานบังคับคดีอาญาฯ ยังทำหน้าที่สนับสนุนการสืบจับบุคคลตามหมายจับ หรือคำสั่งศาลหรือตามที่กฎหมายกำหนด การคุ้มครองและให้ความปลอดภัยแก่พยานในคดีอาญาสำคัญ รวมถึงสมาชิกในครอบครัวและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบ ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญา หรือตามที่กฎหมายกำหนดให้ยึดหรืออายัด การส่งตัวนักโทษหรือผู้ต้องขังในคดีสำคัญ โดยเบื้องต้นสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ จะบรรจุกำลังพล 160 อัตรา
 
 นอกจากนี้ "โฆษกกระทรวงมหาดไทย" ยืนยันว่า การตั้งสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ ไม่เกี่ยวกับคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้จัดตั้งเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง หรือติดตามใครเป็นการเฉพาะ

 แต่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาในที่นี้หมายรวมถึง "ผู้ต้องหาที่หลบหนีคดี" อยู่ที่ต่างประเทศด้วย แต่ "ธาริต" ยืนยันว่า การติดตามจับกุมในต่างประเทศจะยึดสนธิสัญญาระหว่างประเทศเป็นหลัก

 ส่วนที่มีการมองกันว่าติดตามจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับเป็นภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกัน "ธาริต" ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไป แต่ในส่วนของสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ จะเป็นหน่วยงานเสริมขึ้นมาในลักษณะช่วยกันทำงานมากกว่า และจะเป็นแม่งาน หรือหน่วยงานหลักในการจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับ

 "การทำงานระหว่างตำรวจกับสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ จะช่วยกันทำงาน เพราะหมายจับเป็นการติดตามจับกุมได้ทั่วประเทศ ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนก็ถือว่าขั้นตอนการติดตามจับกุมผู้ต้องหาก็เสร็จสิ้น สามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการของศาลได้เลยไม่ถือเป็นการแย่งงานกันทำ และการมีหน่วยงานนี้ขึ้นมาประชาชนได้ประโยชน์จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหาย" โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าว 

 สำนักงานบังคับคดีอาญาฯ เป็นหน่วยงานใหม่สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่ง "ธาริต" บอกว่า ขณะนี้เป็นเพียงหน่วยงานเล็กๆ แต่อนาคตอาจมีลักษณะเป็นกรมหรือคล้ายกับ ป.ป.ท.ก็ได้

 มีหลายฝ่ายได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับอำนาจรองรับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจสอบสวน จับกุม คุมขัง "ธาริต" กล่าวว่า ขณะนี้ทำหน้าที่เพียงประสานงานตามภารกิจ แต่อนาคตจะมีอำนาจเหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกฎหมายรองรับอำนาจหน้าที่ยังไม่มี

 "หน่วยงานนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อเข้าไปเสริมงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ถือว่าตำรวจทำหน้าที่บกพร่อง แต่เป็นการช่วยกันทำงาน และไม่ถือว่าทำงานซ้ำซ้อน เพราะตำรวจมีงานหลายด้าน การมีสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ ถือว่าเข้ามาเสริมแรง เพราะผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับถึง 262,325 คน" โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าว

  อย่างไรก็ตาม "ธาริต" กล่าวว่า การทำงานของสำนักงานบังคับคดีอาญาฯ จะเชื่อมโยงกับหลายหน่วยงานนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศก็ต้องทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ อัยการ

 "ธาริต" กล่าวว่า คุณสมบัติพิเศษของเจ้าหน้าที่จะมาทำงานที่สำนักงานบังคับคดีอาญาฯ ก็ต้องมีความรู้ที่สอดคล้องกับภารกิจ มีความรู้เรื่องกฎหมาย เชี่ยวชาญเรื่องการใช้อาวุธ การสะกดรอย การติดตามหาข่าว 

 สำหรับการดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้ไปใช้อำนาจเกินกับประชาชนผู้ไม่รู้กฎหมาย "ธาริต" กล่าวว่า ทางกระทรวงจะดูแลและกวดขันให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และที่สำคัญภารกิจของเจ้าหน้าที่บังคับคดีอาญาฯ ไม่น่าจะไปรังแกประชาชนได้ เพราะการจะไปจับกุมผู้ต้องหาต้องมีหมายศาลไปแสดง

 "ภารกิจไม่ใช่ภารกิจรังแก ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปจับกุมใครก็ได้ เป็นเรื่องที่ดำเนินตามการกลั่นกรองของศาลออกหมายจับ เมื่อจับมาแล้วก็ไม่สามารถไปลงโทษได้ เพราะคนลงโทษคือศาลเรามีหน้าที่แค่ติดตามคนมาให้พนักงานสอบสวนเท่านั้น" โฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวปิดท้าย