
ไฟลนก้นยังไม่รู้สึก
สถานการณ์การเมืองเริ่มเข้าสู่จุดวิกฤติอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เกี่ยวโยงโดยตรงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากแกนนำหัวกลมกะโหลกหนานักล่ารายชื่อชาวบ้านเพื่อยกระดับความรวยได้ประกาศความสำเร็จเบื้องต้นสำหรับการรุกหนักวันที่ 17 สิงหาคมนี้
เป็นการรุกฆาตต่อสถาบันหลัก ให้เข้าตาจน บีบให้ต้องแสดงออกว่าจะอภัยโทษต่อคนหนีคุก และคนรอขึ้นศาลในดคีอาญากว่า 15 เรื่อง หรือไม่ แผนชั่วร้ายคือจัดการชุมนุมคนเสื้อแดง จากนั้นจัดคนให้เข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาในวัง รุกประชิดหวังผลร้ายเต็มที่
รัฐบาลจะทำอย่างไร ในเมื่อฝ่ายความมั่นคงมีแผนรับการรุกฆาตครั้งนี้อย่างไร ชาวบ้านทั่วไปไม่รับรู้ด้วย และถ้าสถานการณ์ลุกลาม บ้านเมืองวุ่นวายต่อไป จะทำอะไร
รัฐบาลต้องรับเละเรื่องนี้อย่างไม่มีทางแก้ตัว หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่ผู้รู้มีประสบการณ์ด้านพฤติกรรมชั่วร้ายของพวกหัวกลมกะโหลกหนาได้เตือนแล้วว่าถ้าไม่ทำอะไรตั้งแต่ต้น สถานการณ์จะบานปลายจนควบคุมได้ยาก
คนหนีคุกและเครือญาติรู้ดีว่าการกระทำครั้งนี้นอกสารบบไม่เข้ากับข้อกฎหมายใดๆ แต่ยังเป็นแกล้งเซ่อ เสแสร้งว่าจงรักภักดีต่อสถาบัน แต่ก็ขยิบตาให้พวกตะแบงล่าความรวยทำงานต่อไปแบบเต็มสูบ หวังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองนั่นเลย
ประกาศล่วงหน้าด้วยความคึกว่ากำลังฟิตร่างกายอยู่ พร้อมจะกลับมารับใช้มวลชน ปลดหนี้ให้ ทั้งๆ ที่คนมีสมองน่าจะเดาได้ว่าเศรษฐีหนีคุกไม่ควักกระเป๋าตัวเอง
พวกนักชักเปอร์เซ็นต์ได้ยิน คงคึกหนัก พวกนักล่าความรวยเริ่มฝันหวาน กะจะได้งานใหญ่ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่เงินจากกระเป๋านายใหญ่ แต่จะถ่ายโอนจากงบประมาณ
ที่ผ่านมารัฐบาลทำเป็นทองไม่รู้ร้อนมาโดยตลอด ปล่อยให้พวกหิวเงินล่ารายชื่อ ทั้งจ่ายเงิน หลอกลวง ใช้เล่ห์เหลี่ยมให้ชาวบ้านลงชื่อ ใช้บัตรประชาชน ต่อยอดแผนการล่าความรวย หวังให้บ้านเมืองวินาศ คนหนีคุกและพวกจะกลับมาเป็นใหญ่อีกครั้ง
นี่เป็นปัญหาของการมีอำนาจรัฐแล้วไม่ใช้รักษาความมั่นคง ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง เมื่อถูกมองว่านักการเมืองไม่กล้า เหยาะแหยะ อ่อนซ้อม หน่อมแน้ม ย่อมถูกตีความโดยข้าราชการนักเอาตัวรอดทั้งหลายให้รับบทคุณเฉย
ไม่ตอบรับ ตอบสนองคำสั่ง ถ้ามองว่าผู้นำรัฐบาลมีคุณธรรม ไม่เล่นบทโหดใช้วิชามารเหมือนคนอื่นๆ เมื่ออำนาจเหมือนปืน แต่ถูกมองว่าเป็นสากกะเบือ ข้าราชการก็ไม่กลัว เหมือนหัวหน้าตำรวจลูบคมผู้นำรัฐบาลซ้ำซาก กลไกตำรวจ อัยการไม่ทำงานเต็มที่ให้สมกับหน้าที่ของตัวเอง คุ้มค่ากับความไว้ใจและเงินภาษีของประชาชน
เมื่อนักการเมืองหย่อนแหยะ ข้าราชการก็ลำพอง ปล่อยให้เกิดสภาพอำนาจรัฐถูกท้าทายโดยอำนาจมืดกุมโดยขบวนการข้าราชการชั่วร้ายเครือข่ายคนหนีคุก
มีอย่างที่ไหน เจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต. เสนอหน้าเป็นพยานให้ฝ่ายจำเลยคนหนีคุก แทนที่จะเป็นฝ่ายองค์กรของรัฐ ซึ่งพยายามพิสูจน์ความผิดยึดทรัพย์
เมื่อคนตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต.ทำตัวเป็นหอกข้างแคร่ หนอนบ่อนไส้แบบนี้ รัฐมนตรีคลังยังวางเฉย ไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะผู้บริหาร คณะกรรมการอีกหรือ
เมื่อไม่กล้า แทงกั๊ก วางเฉย ไม่แก้วิกฤติ บ้านเมืองจะอยู่รอดได้อย่างไรนิ! อิอิอิ!!!



